กระทรวงดีอี ผนึกกำลังดีป้าและไอบีเอ็ม เปิดเวที Thailand Quantum Readiness Workshop วางรากฐานการเตรียมความพร้อมประเทศสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัม ชูทั้งการพัฒนาระบบนิเวศ บุคลากร และมาตรฐาน Quantum-safe รับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอีก 1-2 ปี
ประเทศไทยกำลังส่งสัญญาณเดินหน้าสู่ยุค เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) อย่างจริงจัง หลังหลายประเทศทั่วโลกเร่งลงทุนพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม เทคโนโลยีการสื่อสาร และการเข้ารหัสความปลอดภัยยุคใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว
ล่าสุด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และบริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จัดงาน Thailand Quantum Readiness Workshop เพื่อเปิดเวทีให้ภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิจัย และสถาบันการศึกษาร่วมกำหนดทิศทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ก่อนที่เทคโนโลยีควอนตัมจะก้าวจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับประเทศสู่รัฐบาลดิจิทัลควบคู่กับการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่เข้มแข็ง โดยการวางกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างปลอดภัย พร้อมผลักดันให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง
สำหรับเทคโนโลยีควอนตัม ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเชิงลึกที่ทั่วโลกกำลังจับตา เนื่องจากมีศักยภาพในการยกระดับการประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูล การค้นคว้ายาและวัสดุใหม่ รวมถึงการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในอนาคต รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาต่อยอดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเหมาะสม
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม แต่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระดับโลกกำลังใกล้เข้ามา การเตรียมความพร้อมจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ต้องสร้าง “ระบบนิเวศควอนตัม” ที่ครอบคลุมทั้งบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน นโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ
ดีป้ามองว่า การสร้างความตระหนักรู้เป็นก้าวแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรมควอนตัมในประเทศ โดยเวทีครั้งนี้ได้เชื่อมโยงนักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้กำหนดนโยบาย และภาคธุรกิจ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ทั้งนี้ ข้อเสนอและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนจะถูกนำไปจัดทำ Thailand Quantum Readiness White Paper ซึ่งจะรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวทางการพัฒนาระบบนิเวศ และแผนขับเคลื่อนประเทศสู่ยุคควอนตัมอย่างเป็นระบบ
ด้านนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย กล่าวว่า เทคโนโลยี Quantum Computing กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ
โดยไอบีเอ็มประเมินว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วโลกได้ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 ครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เคมีภัณฑ์ การเงิน และระบบขนส่ง
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา องค์กรทั่วโลกได้เพิ่มการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนาควอนตัมอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า ปี 2027 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่องค์กรกลุ่มแรกจะเริ่มเปลี่ยนจากการทดลองสู่การใช้งานจริง ส่งผลให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจควอนตัม
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ Quantum-safe หรือการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ให้รองรับยุคที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพในการถอดรหัสการเข้ารหัสแบบเดิม ซึ่งหลายประเทศกำลังเร่งปรับเปลี่ยนมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรับมือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ภายในงานยังมีการระดมความคิดเห็นใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ภาคการเงินและดิจิทัลคอมเมิร์ซ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ข้อมูลและระบบอัจฉริยะ และเทคโนโลยีขั้นสูงกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อวิเคราะห์โอกาส ผลกระทบ และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัม รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้าน Quantum-safe ในแต่ละภาคส่วน
การประชุมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางยุทธศาสตร์ระดับประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมได้อย่างเป็นระบบ และไม่ตกขบวนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่กำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก


