การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนจากการพัฒนาโมเดลไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบนิเวศที่รองรับการใช้งานจริง ท่ามกลางหลายประเทศที่เร่งวางตำแหน่งสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค
ภายในงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยุทธศาสตร์สนับสนุนการพัฒนา AI ของไทย ผ่านการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ AI การพัฒนาโซลูชันที่น่าเชื่อถือ และการพัฒนาบุคลากร ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วางยุทธศาสตร์ AI บน 3 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมั่น และทรัพยากรบุคคล เพื่อผลักดันไทยสู่ AI Hub ของอาเซียน
หัวเว่ยชี้ศึก AI แข่งที่ 'อินฟราฯ-ต้นทุน'
นายออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงทดลองสู่การใช้งานในภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเกือบ 40% ของบริษัททั่วโลกนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เขากล่าวว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการพัฒนาโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็น AI ที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานได้จริง และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้
หัวเว่ยเปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การใช้งานโมเดลขนาดใหญ่ (Large Models) จากจีนเติบโตถึง 429 เท่า และปัจจุบันคิดเป็น 46% ของการใช้งาน Token ทั่วโลก โดยมีต้นทุนค่า Token ต่ำกว่าโมเดลหลักจากสหรัฐฯ ราว 20 เท่า สะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI เริ่มให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านต้นทุนและความคุ้มค่า
ชี้ไทยมีโอกาสขึ้นแท่น AI Hub อาเซียน
หัวเว่ยประเมินว่าไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค จากนโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์ โดยไทยมีโครงข่าย 5G ครอบคลุมประชากรราว 95% สูงที่สุดในอาเซียน และมีโครงการก่อสร้าง AI Data Center รวมกำลังไฟเกือบ 1 กิกะวัตต์ (GW)
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการประมวลผล คุณภาพข้อมูล และการพัฒนาโมเดล AI ที่สอดคล้องกับภาษาและบริบทของประเทศ
โดยหัวเว่ยมองว่าการสร้าง AI ที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการผสานโมเดลพื้นฐานเข้ากับข้อมูลอุตสาหกรรมท้องถิ่นคุณภาพสูง ควบคู่กับการเลือก Use Case ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจ การกำกับดูแล AI และการพัฒนาบุคลากร
เปิด Thailand AI Ecosystem ปั้นคน 100,000 คน
หัวเว่ยประกาศเปิดตัว Thailand AI Ecosystem Initiative: Co-Building a Leading AI Hub in ASEAN เพื่อเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย สตาร์ทอัพ และผู้พัฒนา AI ในการสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศ
บริษัทตั้งเป้าร่วมพัฒนาบุคลากรด้าน AI 100,000 คน ผ่าน Huawei ASEAN Academy ร่วมกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น AI Talent Hub ของอาเซียน พร้อมจัดตั้ง Huawei Thailand Data Center Ecosystem Alliance เพื่อขยายความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI
ดีอีชู 3 เสาหลัก วางรากฐาน AI ไทย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การพัฒนา AI ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยประเทศไทยกำหนดยุทธศาสตร์ AI บน 3 เสาหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความเชื่อมั่น และทรัพยากรบุคคล
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยตั้งเป้าขยายศักยภาพศูนย์ข้อมูลเป็นประมาณ 350 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 และเพิ่มเป็นมากกว่า 2.8 กิกะวัตต์ ในระยะยาว ภายใต้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เกือบ 40 โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
ขณะเดียวกัน ไทยกำลังผลักดัน Real-world AI Governance Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ทดสอบการประยุกต์ใช้ AI ภายใต้หลักธรรมาภิบาล พร้อมยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น Deepfake และการหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงเดินหน้าพัฒนาทักษะ AI เพื่อให้คนไทยสามารถใช้และสร้างนวัตกรรมได้เอง
ชู Trustworthy AI หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยต้องอยู่บนพื้นฐานของ Trustworthy AI ผ่านการยกระดับธรรมาภิบาล AI การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา
ข้อมูลระบุว่า Broad Digital GDP ของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโต 4.2% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2569 ขณะที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ อันดับ 2 ของอาเซียน ใน Government AI Readiness Index 2025 ของ Oxford Insights สะท้อนความพร้อมด้านนโยบายในการขับเคลื่อน AI ของประเทศ


