ไปรษณีย์ไทยเร่งยกระดับ ThailandPostMart สู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของคนไทย หลังอานิสงส์โครงการ “ไทยช่วยไทย” ดันยอดผู้เข้าชมพุ่งกว่า 10 เท่า พร้อมเชื่อมแอป “ทางรัฐ” และพัฒนา Prompt Post ขยายบทบาทสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้ายกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์ สู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ หลังแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ได้รับแรงหนุนจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า จากปกติ สะท้อนกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หันมาสนับสนุนสินค้าไทย และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาดออนไลน์ได้มากขึ้น
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายให้สนับสนุน “โครงการ ไทยช่วยไทย” ของภาครัฐ โดยใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์และระบบโลจิสติกส์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด และเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ผู้ประกอบการไทย
ปัจจุบันไปรษณีย์ไทยทำหน้าที่หลัก 2 ด้าน ได้แก่ การเป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 818 แห่งทั่วประเทศ และการเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังรถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้กระจายถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ThailandPostMart โตแรง เปิดตลาดใหม่ให้ SMEs ไทย
อีกด้านหนึ่ง โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ ผู้ประกอบการ SMEs ไทย” บนแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ซึ่งดำเนินงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหาร ของฝาก และสินค้าเพื่อสุขภาพ
ร้านค้าที่มียอดจำหน่ายโดดเด่น ได้แก่ วีทีแหนมเนือง ศิริราชบำรุงเวช ข้าวหอมมะลิจากสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สุรินทร์ ป้าแป๊ดปลาสลิดหอมบางบ่อ และไข่เค็มไชยา อสม.
ขณะที่สินค้าขายดีผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ได้แก่ น้ำมันปาล์มตราดอกไม้ ปลากระป๋อง Super C Chef ข้าวไก่แจ้ปทุม มาม่าบิ๊กแพ็กรสต้มยำกุ้ง และหอยลายกระป๋องตราปุ้มปุ้ย
ปั้นอีคอมเมิร์ซของคนไทย เชื่อมแอป ‘ทางรัฐ’
ไปรษณีย์ไทยเตรียมยกระดับ ThailandPostMart ให้เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ของคนไทย โดยเน้นสินค้าไทยจากผู้ประกอบการไทย พร้อมใช้จุดแข็งด้านมาตรฐานการขนส่งและเครือข่ายสาขาทั่วประเทศสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ
พร้อมกันนี้ ยังมีแผนนำ ThailandPostMart และ Prompt Post เข้าไปรวมอยู่บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยจะประสานความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐและบริการดิจิทัลได้ผ่านแอปเดียว ลดความซ้ำซ้อนในการใช้งาน
Prompt Post ยกระดับบริการรัฐสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
นอกจากการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแล้ว ไปรษณีย์ไทยยังเดินหน้าพัฒนา Prompt Post เพื่อรองรับบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล ครอบคลุมการส่งเอกสารราชการอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการเอกสารสำคัญ การชำระค่าธรรมเนียม การติดตามสถานะการจัดส่ง ตลอดจนบริการที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเดินทางและวีซ่า
ในระยะต่อไป มีแผนเพิ่มบริการใหม่ เช่น e-Voting สำหรับการลงคะแนนหรือการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านระบบออนไลน์ รวมถึง e-Broadcast สำหรับการแจ้งข่าวสารและการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ซึ่งจะช่วยขยายบทบาทของไปรษณีย์ไทยจากผู้ให้บริการไปรษณีย์แบบดั้งเดิม สู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ
ขยายตลาดฐานราก ดึงสินค้าชุมชนขึ้นออนไลน์
ไปรษณีย์ไทย ยังเตรียมหารือกับหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
พร้อมกันนั้น ยังเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารสต็อก การคาดการณ์ความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ ระบบ Pre-Order และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างที่ทำการไปรษณีย์ รถพุ่มพวง และศูนย์กระจายสินค้า เพื่อลดปัญหาสินค้าขาดแคลนและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของไปรษณีย์ไทยที่ไม่ได้จำกัดบทบาทเพียงธุรกิจโลจิสติกส์ แต่กำลังใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ต่อยอดสู่บริการดิจิทัล สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มช่องทางการค้าของผู้ประกอบการไทย และเชื่อมโยงบริการภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและการเข้าถึงบริการของประชาชนในระยะยาว


