วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิดโครงสร้างใหม่ ‘กสทช.’ ล้างไพ่ยกเครื่ององค์กร รับ AI-ภัยไซเบอร์ดีเดย์ ส.ค.นี้

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยจะทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานใหม่ระหว่าง วันที่ 1 สิงหาคม - 31 ธันวาคม 2569 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน รองรับการหลอมรวมของเทคโนโลยี (Technology Convergence) และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลตามมาตรฐานสากล

รายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง การบริหารจัดการของสำนักงาน กสทช. เพื่อทดลองใช้ตาม (ร่าง) โครงสร้างองค์กรใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569

ปรับองค์กรสู่โมเดล “ภารกิจ-กอง-กลุ่ม”

สาระสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานจากโครงสร้างเดิม ไปสู่การจัดองค์กรตาม “ภารกิจ” (Mission-based Organization) เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน และสามารถรองรับภารกิจใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เปิดโครงสร้างใหม่ ‘กสทช.’ ล้างไพ่ยกเครื่ององค์กร รับ AI-ภัยไซเบอร์ดีเดย์ ส.ค.นี้

ภายใต้โครงสร้างใหม่ การทำงานจะแบ่งเป็นลำดับ “ภารกิจ-กอง-กลุ่ม” พร้อมกำหนดสายการบังคับบัญชาให้สอดคล้องกับภารกิจหลักขององค์กร

เปิดโครงสร้างใหม่ 9 ภารกิจ

โครงสร้างทดลองแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 9 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย

  • ภารกิจขึ้นตรงต่อเลขาธิการ กสทช. (10 กอง)
  • ภารกิจทรัพยากรการสื่อสาร (3 กอง)
  • ภารกิจโครงข่าย (5 กอง)
  • ภารกิจการประกอบกิจการและการให้บริการ (4 กอง)
  • ภารกิจส่งเสริมและคุ้มครอง (4 กอง)
  • ภารกิจกิจการองค์กร (8 กอง)
  • ภารกิจนโยบายและแผน (4 กอง)
  • ภารกิจกฎหมาย และกำกับดูแล (4 กอง)
  • ภารกิจกิจการภูมิภาค (5 กอง)

การจัดโครงสร้างในลักษณะดังกล่าวมีเป้าหมายให้แต่ละภารกิจสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เปิดโครงสร้างใหม่ ‘กสทช.’ ล้างไพ่ยกเครื่ององค์กร รับ AI-ภัยไซเบอร์ดีเดย์ ส.ค.นี้

ตั้งหน่วยงานใหม่ รับ AI-โดรน-ภัยไซเบอร์

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล

กองการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะรับผิดชอบการกำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายโทรคมนาคม และคลื่นความถี่ไปใช้ก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์

กองนวัตกรรมวิทยุคมนาคม จะดูแลการบริหารจัดการคลื่นความถี่และการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รวมถึงเทคโนโลยีวิทยุสื่อสารรูปแบบใหม่

กองนวัตกรรม ภายใต้ภารกิจนโยบายและแผน จะรับหน้าที่วิเคราะห์ และจัดทำนโยบายด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีอวกาศ และนวัตกรรมดิจิทัลในอนาคต

นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง กองธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริต เพื่อเสริมระบบกำกับดูแลภายในองค์กร ดูแลด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ปรับองค์กรรับโจทย์กำกับดูแลยุคใหม่

การยกเครื่องโครงสร้างครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ กสทช. ที่ต้องปรับบทบาทจากหน่วยงานกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ไปสู่การเป็นองค์กรที่สามารถรับมือกับการหลอมรวมของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI โดรน บริการดิจิทัล หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ช่วงทดลองใช้โครงสร้างใหม่ตลอด 5 เดือน จะเป็นบททดสอบสำคัญว่ารูปแบบการบริหารแบบ “Mission-based Organization” จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกำกับดูแล ลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน และยกระดับประสิทธิภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยได้มากน้อยเพียงใด ก่อนพิจารณานำไปใช้เป็นโครงสร้างถาวรในระยะต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์