สำนักงาน กสทช. เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เตรียมทดลองใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.69 นี้ เปลี่ยนรูปแบบบริหารจาก “สำนัก” สู่การทำงานตาม “ภารกิจ” พร้อมตั้งหน่วยงานใหม่ดูแลอาชญากรรมไซเบอร์-AI ดันธรรมาภิบาลองค์กรสู่สากล
KEY POINTS
- กสทช. เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยจะเริ่มทดลองใช้รูปแบบใหม่เป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
- การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการบริหารเป็น "องค์กรตามภารกิจ" (Mission-based Organization) ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 9 ภารกิจหลัก เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และลดความซ้ำซ้อน
- มีการจัดตั้ง "กองการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี" ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ เพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ เช่น แก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์
- จัดตั้ง "กองนวัตกรรม" เพื่อวิเคราะห์ และจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเกิดใหม่โดยตรง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีอวกาศ
- มีการตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อดูแลเทคโนโลยีเฉพาะทาง เช่น "กองนวัตกรรมวิทยุคมนาคม" ที่จะรับผิดชอบการบริหารจัดการคลื่นความถี่ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยจะทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานใหม่ระหว่าง วันที่ 1 สิงหาคม - 31 ธันวาคม 2569 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน รองรับการหลอมรวมของเทคโนโลยี (Technology Convergence) และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลตามมาตรฐานสากล
รายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามในประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง การบริหารจัดการของสำนักงาน กสทช. เพื่อทดลองใช้ตาม (ร่าง) โครงสร้างองค์กรใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569
ปรับองค์กรสู่โมเดล “ภารกิจ-กอง-กลุ่ม”
สาระสำคัญของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานจากโครงสร้างเดิม ไปสู่การจัดองค์กรตาม “ภารกิจ” (Mission-based Organization) เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว ลดความซ้ำซ้อน และสามารถรองรับภารกิจใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ภายใต้โครงสร้างใหม่ การทำงานจะแบ่งเป็นลำดับ “ภารกิจ-กอง-กลุ่ม” พร้อมกำหนดสายการบังคับบัญชาให้สอดคล้องกับภารกิจหลักขององค์กร
เปิดโครงสร้างใหม่ 9 ภารกิจ
โครงสร้างทดลองแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 9 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย
- ภารกิจขึ้นตรงต่อเลขาธิการ กสทช. (10 กอง)
- ภารกิจทรัพยากรการสื่อสาร (3 กอง)
- ภารกิจโครงข่าย (5 กอง)
- ภารกิจการประกอบกิจการและการให้บริการ (4 กอง)
- ภารกิจส่งเสริมและคุ้มครอง (4 กอง)
- ภารกิจกิจการองค์กร (8 กอง)
- ภารกิจนโยบายและแผน (4 กอง)
- ภารกิจกฎหมาย และกำกับดูแล (4 กอง)
- ภารกิจกิจการภูมิภาค (5 กอง)
การจัดโครงสร้างในลักษณะดังกล่าวมีเป้าหมายให้แต่ละภารกิจสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างด้านนโยบาย การกำกับดูแล และการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตั้งหน่วยงานใหม่ รับ AI-โดรน-ภัยไซเบอร์
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล
กองการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะรับผิดชอบการกำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายโทรคมนาคม และคลื่นความถี่ไปใช้ก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์
กองนวัตกรรมวิทยุคมนาคม จะดูแลการบริหารจัดการคลื่นความถี่และการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รวมถึงเทคโนโลยีวิทยุสื่อสารรูปแบบใหม่
กองนวัตกรรม ภายใต้ภารกิจนโยบายและแผน จะรับหน้าที่วิเคราะห์ และจัดทำนโยบายด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีอวกาศ และนวัตกรรมดิจิทัลในอนาคต
นอกจากนี้ ยังจัดตั้ง กองธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริต เพื่อเสริมระบบกำกับดูแลภายในองค์กร ดูแลด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ปรับองค์กรรับโจทย์กำกับดูแลยุคใหม่
การยกเครื่องโครงสร้างครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ กสทช. ที่ต้องปรับบทบาทจากหน่วยงานกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ไปสู่การเป็นองค์กรที่สามารถรับมือกับการหลอมรวมของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI โดรน บริการดิจิทัล หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ช่วงทดลองใช้โครงสร้างใหม่ตลอด 5 เดือน จะเป็นบททดสอบสำคัญว่ารูปแบบการบริหารแบบ “Mission-based Organization” จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกำกับดูแล ลดความซ้ำซ้อนของการทำงาน และยกระดับประสิทธิภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยได้มากน้อยเพียงใด ก่อนพิจารณานำไปใช้เป็นโครงสร้างถาวรในระยะต่อไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





