วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

TH-AI Passport ปรับโมเดลจ่ายเงินใหม่ ใช้จริงจ่ายจริง ลุ้นเปิดบริการหลังสรุปแก้สัญญา

สดช.เดินหน้าปรับโครงการ TH-AI Passport จากซื้อเหมาวงเงิน 1,621 ล้านบาท เป็นจ่ายตามผู้ใช้งานจริงรายเดือน (Pay per Use) หวังเพิ่มความคุ้มค่าและตรวจสอบการใช้เงินภาครัฐได้มากขึ้น ระบุยังต้องรอข้อสรุปการแก้ไขสัญญาก่อนเคาะวันเปิดบริการ ขณะที่เฟส 2 วงเงิน 900 ล้านบาท ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบปี 2570 และยืนยันไม่มีเงื่อนไขพาข้าราชการหรือคณะกรรมการไปดูงานต่างประเทศ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการปรับหลักการจ่ายเงินจากรูปแบบเดิมที่เป็นการซื้อเหมาทั้งก้อน ไปสู่การจ่ายตามการใช้งานจริงเป็นรายเดือน หรือ Pay per Use/Pay per Monthly Active User เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐสะท้อนจำนวนผู้ใช้งานจริงมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินเต็มวงเงิน หากประชาชนเข้ามาใช้งานต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

นายเวทางค์ กล่าวว่า หลักการใหม่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมการตรวจรับกับเอกชน เพื่อปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับสัญญา ระบบคิดเงิน และรูปแบบการให้บริการจริง เนื่องจากการเปลี่ยนจากการซื้อเหมาทั้งก้อนมาเป็นการจ่ายตามผู้ใช้งานรายเดือน จำเป็นต้องจัดทำเอกสารและเงื่อนไขประกอบให้รอบคอบ ทั้งในมิติทางกฎหมาย การตรวจรับ และระบบการคำนวณค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจรับได้หารือกับภาคเอกชนในรูปแบบการประชุมอย่างเป็นทางการประมาณ 2 ครั้งแล้ว ขณะที่การหารือในระดับปฏิบัติการหรือการพูดคุยหลังบ้านยังมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับรายละเอียดให้เป็นเอกสารที่ชัดเจนก่อนเดินหน้าโครงการ โดยนายเวทางค์ กล่าวว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการลงนามหรือจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการ ก็ยังไม่สามารถถือว่ากระบวนการเจรจาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้

หลักการใหม่ของ TH-AI Passport คือรัฐต้องจ่ายตามการใช้งานจริง ไม่ใช่ซื้อเหมาแล้วจ่ายเต็มไม่ว่าประชาชนจะใช้มากหรือน้อย หากมีผู้ใช้งานจริงรายเดือน ระบบก็คิดเงินตามนั้น ซึ่งจะทำให้การใช้เงินภาครัฐระมัดระวังและตรวจสอบได้มากขึ้น

สำหรับกำหนดเปิดให้ประชาชนใช้งานโครงการ TH-AI Passport นายเวทางค์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการวางเป้าหมายเปิดให้บริการภายในเดือนกรกฎาคม หรือช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อสรุปจากการปรับรายละเอียดสัญญาและประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารกระทรวง เนื่องจากกระบวนการยังมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการให้รอบคอบ โดยเฉพาะการปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง

ทั้งนี้ โครงการ TH-AI Passport เฟสแรกมีกรอบวงเงินประมาณ 1,621 ล้านบาท แต่ภายใต้แนวทางใหม่ที่ผูกการจ่ายเงินกับการใช้งานจริง ทำให้วงเงินที่รัฐจะจ่ายจริงมีแนวโน้มไม่ถึงเต็มกรอบวงเงินดังกล่าว หากจำนวนผู้ใช้งานจริงต่ำกว่าที่กำหนด โดยรายละเอียดสุดท้ายยังต้องรอข้อสรุปจากการเจรจาและการปรับเอกสารสัญญาให้ชัดเจนก่อน

สำหรับโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 นายเวทางค์กล่าวว่า เดิมมีการวางกรอบงบประมาณประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อรองรับการดำเนินโครงการต่อเนื่องหลังจากเฟสแรกสิ้นสุดลง โดยยังยึดเป้าหมายเชิงนโยบายเดิมที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ประมาณ 5 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม กรอบงบประมาณดังกล่าวไม่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณในปีงบประมาณ 2570 ส่งผลให้การเดินหน้าเฟสต่อไปต้องพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานจริง แหล่งงบประมาณที่จะใช้รองรับ และความเหมาะสมของรูปแบบการให้บริการในระยะต่อไป