วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สดช.ชี้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเข้าสู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ใช้ AI เพิ่ม แต่ยังติดกับดัก R&D

ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเริ่มปรับตัวรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้ดีขึ้น โดยผลสำรวจ Thailand Digital Outlook 2569 พบว่า ระดับความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Maturity Level) ขยับเข้าสู่ระดับ “ปานกลาง” เป็นครั้งแรก หลังคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.12 จากคะแนนเต็ม 4 เพิ่มจาก 1.56 คะแนน ในปี 2568 สะท้อนการลงทุนด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีความก้าวหน้าชัดเจน แม้การพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล รวมถึง การลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) ยังคงเป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ไข

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจภายใต้โครงการ Thailand Digital Outlook ประจำปี 2569 ซึ่งสำรวจผู้ประกอบการดิจิทัลจำนวน 834 ราย พบว่า ภาพรวมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีพัฒนาการที่ชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.56 คะแนน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยก้าวเข้าสู่ระดับ ปานกลาง ตามเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ระหว่าง 2.00-2.99 คะแนน

ผลสำรวจสะท้อนว่าภาคธุรกิจเริ่มมีความพร้อมเชิงระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจ (Data-Driven) และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อสร้างสินค้าและบริการดิจิทัลใหม่ โดยเฉพาะงานวิจัยและพัฒนา ยังตามหลังด้านอื่น และเป็นโจทย์สำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การประเมินปีนี้ครอบคลุมหลาย มิติหลัก ได้แก่

  • กลยุทธ์และหลักปฏิบัติ ศักยภาพบุคลากรดิจิทัล
  • การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
  • การพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล
  • การบริหารจัดการภายในด้วยระบบดิจิทัล เทคโนโลยีดิจิทัล
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

สดช.ชี้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเข้าสู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ใช้ AI เพิ่ม แต่ยังติดกับดัก R&D

เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ได้คะแนนสูงสุดที่ 2.37 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.40 คะแนน ขณะที่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อยู่ที่ 2.34 คะแนน เพิ่มขึ้นถึง 1.25 คะแนนถือเป็นมิติที่เติบโตมากที่สุดในปีนี้

ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มีคะแนน 2.08 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.31 คะแนน ศักยภาพบุคลากรดิจิทัลอยู่ที่ 2.04 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.25 คะแนน ส่วนกลยุทธ์และหลักปฏิบัติ รวมถึงการบริหารจัดการภายในด้วยระบบดิจิทัล ต่างมีคะแนน 2.00 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.64 และ 0.73 คะแนนตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล เป็นมิติเดียวที่คะแนนลดลง เหลือ 1.62 คะแนน จาก 1.70 คะแนนในปีก่อน สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าการสร้างนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่

เมื่อแบ่งตามขนาดธุรกิจ พบว่า ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอยู่ในระดับ Medium แต่มีแนวโน้มแตกต่างกัน โดยธุรกิจขนาดใหญ่ยังมีคะแนนสูงสุดที่ 2.58 คะแนน แม้ลดลงจาก 2.74 คะแนน ในปีก่อน

ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางเพิ่มเป็น 2.41 คะแนน จาก 1.97 คะแนน และธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มเป็น 2.01 คะแนน จาก 1.45 คะแนน ทำให้ก้าวเข้าสู่ระดับ Medium ได้เป็นครั้งแรก

สดช.ชี้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเข้าสู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ใช้ AI เพิ่ม แต่ยังติดกับดัก R&D

สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก มิติที่พัฒนามากที่สุดคือ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1.40 คะแนน รองลงมาคือ การบริหารจัดการภายในด้วยระบบดิจิทัล เพิ่มขึ้น 0.79 คะแนน และการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพิ่มขึ้น 0.41 คะแนน สะท้อนว่าธุรกิจขนาดเล็กเริ่มนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารงานมากขึ้น แม้ยังต้องการการสนับสนุนด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่าน

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของผู้ประกอบการไทยยังอยู่ในลักษณะกระจายตัว โดย AI เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้มากที่สุดในระดับการประยุกต์ใช้ขั้นสูง คิดเป็น 21.18% รองลงมาคือ Blockchain 20.09%, Big Data Analytics 19.88%, Internet of Things (IoT) 19.00% และ Robotics 17.82% ขณะที่ค่าเฉลี่ยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทุกประเภทอยู่ที่ 19.59%

เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม พบว่า กลุ่มบริการดิจิทัล มีความพร้อมสูงสุดในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีสัดส่วนการประยุกต์ใช้รวม 28.87% และมีการใช้ IoT, AI, Big Data Analytics, Blockchain และ Robotics ในระดับสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น สะท้อนบทบาทของธุรกิจบริการดิจิทัลในฐานะผู้นำการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ของประเทศ

สดช.ชี้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเข้าสู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ใช้ AI เพิ่ม แต่ยังติดกับดัก R&D

ในด้าน AI ผลสำรวจพบว่า 61.03% ของผู้ประกอบการมีการนำ AI มาใช้งานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดย 47.35% อยู่ในระยะทดลอง และ 29.67% อยู่ในระยะนำร่อง รวมกันกว่า 77% ของผู้ใช้งานทั้งหมด ขณะที่ผู้ที่ขยายการใช้งานในวงกว้างมีเพียง 15.72% และผู้ที่บูรณาการ AI เข้ากับการดำเนินงานทั้งองค์กรอย่างเต็มรูปแบบมีเพียง 7.27%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้องค์กรไทยจะตื่นตัวกับ AI มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังใช้เพื่อทดลองหรือแก้ปัญหาเฉพาะด้าน มากกว่าการพลิกโฉมรูปแบบธุรกิจหรือกระบวนการทำงานทั้งองค์กร

สำหรับวัตถุประสงค์ของการใช้ AI พบว่า ธุรกิจนิยมใช้ใน งานการตลาด มากที่สุด คิดเป็น 39.21% รองลงมาคือ การปฏิบัติการและกระบวนการทำงานภายใน 33.45%, งานเทคโนโลยีสารสนเทศ 33.09%, บริการลูกค้า 11.51%, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ 10.31%, การขาย 9.95%, งานวิจัยและพัฒนา 8.51% และ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 8.39% ส่วนการนำ AI ไปใช้ด้านกลยุทธ์ ทรัพยากรบุคคล ซัพพลายเชน การเงิน การผลิต และงานกฎหมาย ยังมีสัดส่วนไม่สูง

นายเวทางค์ กล่าวว่า โครงการ Thailand Digital Outlook ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อจัดทำตัวชี้วัดด้านดิจิทัลของประเทศตามกรอบ Going Digital Toolkit ของ OECD และประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งด้านกลยุทธ์ บุคลากร เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ

ผลสำรวจปีนี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเริ่มใช้เทคโนโลยีไปสู่การบริหารธุรกิจบนฐานข้อมูลและระบบดิจิทัลมากขึ้น แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การเปลี่ยนจาก “ผู้ใช้เทคโนโลยี” ไปเป็น “ผู้สร้างนวัตกรรม” ผ่านการลงทุนด้าน R&D การพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล

รวมถึงการบูรณาการ AI ในระดับองค์กร หากสามารถยกระดับในประเด็นเหล่านี้ได้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

สดช.ชี้ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยเข้าสู่ระดับ ‘ปานกลาง’ ใช้ AI เพิ่ม แต่ยังติดกับดัก R&D