วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

คนไทยหวั่น 'ภัยไซเบอร์' แต่ยังการ์ดตก เปิดช่องเสี่ยงออนไลน์

ผลสำรวจผู้บริโภคไทยพบการรับรู้ความเสี่ยงจากอาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้ใช้งานจำนวนมากยังไม่สอดคล้องกับระดับความมั่นใจที่มีต่อการป้องกันตนเอง

โบลท์เทค (bolttech) เผยผลการศึกษา Asia-Pacific Cyber Safety Landscape 2026 ซึ่งจัดทำร่วมกับแบลกบ็อกซ์ รีเสิร์ช (Blackbox Research) หน่วยงานวิจัยอิสระ จากการสำรวจผู้บริโภค 3,850 คนใน 11 ตลาดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อศึกษาพฤติกรรมออนไลน์ ประสบการณ์ และทัศนคติต่อความเสี่ยงทางไซเบอร์

ผลสำรวจในประเทศไทยสะท้อนว่าผู้บริโภคตระหนักถึงความเสี่ยงจากอาชญากรรมไซเบอร์มากขึ้น โดย 69% คาดว่าสมาชิกในครัวเรือนของตนอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ภายในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบช่องว่างด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ เนื่องจาก 47% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง การแฮ็ก หรืออาชญากรรมไซเบอร์ ขณะที่ภัยคุกคามมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการโจมตีที่ใช้ AI ซึ่งทำให้ตรวจจับได้ยาก

มั่นใจสูง แต่พฤติกรรมไม่สอดคล้อง

ผลสำรวจระบุว่า ช่องว่างระหว่างการรับรู้กับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยออนไลน์ของคนไทยอยู่ที่ 47% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 41%

แม้ว่า 90%  ของผู้ตอบแบบสอบถามจะประเมินว่าพฤติกรรมการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ของตนเองอยู่ในระดับ "ดี" หรือ "ดีมาก" แต่มีเพียง 43% ที่ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยทางไซเบอร์อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ

ด้านการจัดการรหัสผ่านยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ โดย 72% ใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายบัญชี ซึ่งพบมากทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ใช้งานอายุน้อย

คนไทยหวั่น 'ภัยไซเบอร์' แต่ยังการ์ดตก เปิดช่องเสี่ยงออนไลน์

AI และ Deepfake เพิ่มความกังวล

ผลสำรวจพบว่า 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเชื่อว่า AI จะเร่งให้การฉ้อโกงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี Deepfake ซึ่งทำให้ยากต่อการแยกแยะระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลปลอม สัดส่วนดังกล่าวใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 92%

นอกจากนี้ 94% ระบุว่าเคยเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือความพยายามหลอกลวงมาแล้ว แต่มีเพียง 37% ที่มั่นใจอย่างเต็มที่ว่ารู้วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ขณะที่ 59% ระบุว่ามีความเข้าใจในระดับหนึ่งและรู้วิธีตอบสนองในทางทฤษฎี

ในกลุ่มผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกง  61% ระบุว่าได้รับความเสียหายทางการเงิน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ร้อยละ 67

เมื่อพิจารณามูลค่าความเสียหาย พบว่า 28% สูญเสียเงินน้อยกว่า 50 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,600 บาท ขณะที่ 19% สูญเสียเงินระหว่าง 50-500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,600-16,000 บาท

นอกจากผลกระทบทางการเงินแล้ว 96% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุว่าได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากภัยคุกคามไซเบอร์ โดยความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหนึ่งในข้อกังวลสำคัญ

เดวิด แบล็ค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบลกบ็อกซ์ รีเสิร์ช สิงคโปร์ กล่าวว่า การฉ้อโกงกลายเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

แม้ว่าผู้บริโภคจำนวนมากจะตระหนักถึงภัยคุกคาม แต่ยังมีช่องว่างระหว่างความกังวลกับการปฏิบัติจริง เนื่องจากหลายคนเห็นว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของตนเองยังไม่เพียงพอต่อสถานการณ์

เชื่อมั่นผู้ให้บริการ แต่ต้องป้องกันเพิ่ม

ผลสำรวจยังพบว่า 78%  ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเชื่อมั่นว่าสถาบัน แอปพลิเคชัน และผู้ให้บริการต่างๆ จะสามารถปกป้องข้อมูลของตนได้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 74%

ขณะเดียวกัน 75% ระบุว่ายินดีจ่ายเงินเพื่อใช้โซลูชันด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ สะท้อนความต้องการมาตรการป้องกันเพิ่มเติม

สำหรับคุณสมบัติที่ได้รับความสำคัญมากที่สุด มีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 80% เลือกบริการด้านการตรวจสอบและแจ้งเตือน รองลงมาคือระบบคุ้มครองสำหรับครอบครัว และบริการสนับสนุนเมื่อเกิดเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคที่คำนึงถึงราคามักเลือกใช้โซลูชันพื้นฐาน เช่น การแจ้งเตือน การตรวจสอบ และการปิดกั้นการหลอกลวง

จอห์น ชาน ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและหัวหน้ากลุ่มกลยุทธ์ โบลท์เทค กล่าวว่า การรับมือภัยคุกคามไซเบอร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างบริษัทประกันภัย ธนาคาร ผู้ให้บริการเทคโนโลยี บริษัทโทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยปกป้องผู้บริโภคจากการหลอกลวง

โดยผู้บริโภคไทยต้องการโซลูชันที่ใช้งานง่ายและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ได้สะดวกมากขึ้น