“ลาซาด้า” เผยอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยช่วงครึ่งปีแรก 2569 พบความต้องการสินค้าเพื่อดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น นักช้อปให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์แท้มากขึ้น และเริ่มใช้ AI เป็นผู้ช่วยค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเลือกสินค้า ความคาดหวังด้านคุณภาพ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินใจซื้อ
ลาซาด้า สรุป 3 แนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ได้แก่ การเลือกซื้อสินค้าเพื่อดูแลสุขภาพกายและใจ การให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้า และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นผู้ช่วยในการค้นหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อสินค้า
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงช่องทางซื้อขายสินค้า แต่ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ภายใต้แนวคิด "Confidence Commerce"
ช้อปเพื่อดูแลตัวเองและเยียวยาจิตใจ
ลาซาด้าระบุว่า ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกซื้อสินค้าเพื่อสร้างความสุขและดูแลตัวเองมากขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Global Consumer Trends ของ Euromonitor ที่ระบุว่า 58% ของผู้บริโภคทั่วโลกเผชิญกับความเครียดในระดับปานกลางถึงสูงเป็นประจำ และกว่า 2 ใน 3 มองหาสินค้าหรือบริการที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มพบว่า สินค้าในกลุ่ม Wellness ความงาม สุขภาพ และคูปองดิจิทัลสำหรับสปาและบริการดูแลสุขภาพ มียอดเติบโตมากกว่า 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงแคมเปญ 6.6 ยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากช่วงเวลาปกติ ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มอาหารเสริมเพิ่มขึ้น 10 เท่า
นอกจากนี้ กระแส "Squishy" หรือของเล่นบีบคลายเครียด กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยมียอดค้นหามากกว่า 30,000 ครั้ง และติดอันดับคำค้นหายอดนิยมในช่วงแคมเปญ 6.6
ให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์แท้
อ้างอิงจากรายงานของ Momentum Works พบว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2568 เติบโต 69% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่รายงานของ We Are Social ระบุว่า คนไทย 69% ซื้อสินค้าออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์
ท่ามกลางการเติบโตของตลาด ลาซาด้าพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์แท้
ข้อมูลจากแคมเปญ 6.6 ระบุว่า ยอดขายของ LazMall เติบโต 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดขายรวมทั้งแพลตฟอร์มเติบโต 3 เท่า สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าและแบรนด์ที่เชื่อถือได้
นอกจากนี้ ยอดขายของแบรนด์ต่างประเทศและสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น 210% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแบรนด์อย่าง Stanley และ MUVA ติดอันดับสินค้าขายดี สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยเปิดรับแบรนด์ใหม่มากขึ้น หากสินค้ามีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งาน
AI มีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจซื้อ
ลาซาด้าระบุว่า AI กำลังกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบสินค้า และตัดสินใจซื้อได้สะดวกขึ้น
สอดคล้องกับรายงาน Voice of the Consumer: Digital Shopper Survey ของ Euromonitor ซึ่งระบุว่า 43% ของผู้บริโภคทั่วโลกใช้ AI เพื่อช่วยเลือกสินค้าและรับคำแนะนำ ขณะที่ 39% ให้ความสำคัญกับคำแนะนำที่ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล
สำหรับประเทศไทย ลาซาด้าระบุว่า LazzieChat ผู้ช่วยช้อปปิ้ง AI มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการสั่งซื้อ (Conversion) เกือบ 60% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ ยังพบว่า นักช้อปไทย 1 ใน 9 ใช้งาน LazzieChat เป็นประจำ สะท้อนการนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยตลอดกระบวนการเลือกซื้อสินค้า
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมคือ LazFortune ซึ่งเป็นฟีเจอร์ดูดวงภายใน LazzieChat ที่ผู้ใช้นำมาใช้เพื่อสร้างความสนุกระหว่างการช้อปปิ้ง และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคสายมูเตลู
ลาซาด้ามองว่า แนวโน้มทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การเลือกซื้อสินค้าเพื่อดูแลตัวเอง การให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์แท้ และการใช้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อ สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ขยายจากการเป็นช่องทางซื้อขายสินค้าไปสู่การสร้างประสบการณ์และความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับแนวคิด "Confidence Commerce" ที่บริษัทใช้เป็นกรอบในการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการในระยะต่อไป


