AOC 1441 เตือนมิจฉาชีพใช้ AI และ Deepfake ปลอมเสียง ปลอมหน้า สวมรอยเป็นญาติ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกเหยื่อโอนเงิน ชี้ 7 จุดสังเกตและวิธีป้องกันตัว ก่อนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ยุค AI
แม้ภาครัฐจะเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพกลับยกระดับกลโกงด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI และ Deepfake ปลอมเสียง ภาพ และวิดีโอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกให้ประชาชนโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ภายใต้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบประชาชนจำนวนมากได้รับข้อความและคอนเทนต์หลอกลวงที่สร้างด้วย AI ผ่าน SMS และโซเชียลมีเดีย จึงแนะให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่
หนึ่งในวิธีที่พบมากคือ Voice Cloning หรือการใช้ AI เลียนแบบเสียง โดยมิจฉาชีพนำคลิปเสียงจากโซเชียลมีเดียมาสร้างเป็นเสียงของญาติหรือคนใกล้ชิด ก่อนโทรศัพท์มาขอยืมเงิน ขอรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งหลงเชื่อโอนเงินกว่า 79,000 บาท เพราะเข้าใจว่าเป็นน้องชายโทรมาขอความช่วยเหลือ
อีกกลโกงคือ Deepfake ปลอมภาพและวิดีโอ แอบอ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดย AOC ยกตัวอย่างผู้เสียหายที่ถูกหลอกผ่านวิดีโอคอลและเอกสารปลอม สูญเงินรวมกว่า 11.49 ล้านบาท
สำหรับการป้องกัน ศูนย์ AOC แนะนำว่า หากมีผู้โทรอ้างเป็นญาติหรือคนรู้จัก ควรวางสายแล้วโทรกลับผ่านเบอร์ที่คุ้นเคย ตั้งรหัสลับภายในครอบครัวเพื่อยืนยันตัวตน ไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP และหากถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดี ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางทางการโดยตรง
อย่างไรก็ดี หากหลงโอนเงินแล้ว ควรรีบโทรสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชีปลายทาง พร้อมรวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน บทสนทนา และข้อมูลผู้ก่อเหตุ เพื่อแจ้งความดำเนินคดี
7 สัญญาณเตือนภัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงด้วย AI Deepfake
1. โทรมาแล้วไม่พูด หรือพยายามให้เราเป็นฝ่ายพูดก่อน อาจเป็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่ต้องการเก็บข้อมูลหรือบันทึกเสียง
2. เสียงคล้ายคนรู้จัก แต่โทรมาจากเบอร์แปลก โดยอ้างว่าเปลี่ยนเบอร์ใหม่ โทรมาจากต่างประเทศ
3. รีบพูดเรื่องเงิน ขอความช่วยเหลือด่วน ฉุกเฉิน หรือเร่งให้โอนเงินทันที เพื่อไม่ให้มีเวลาตรวจสอบ
4. เปิดบทสนทนาด้วยคำว่า “จำเราได้ไหม” เพื่อให้เหยื่อพูดก่อน หรือถามข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้ได้ข้อมูลไปใช้หลอกลวงต่อ
5. อ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อผ่าน Line หรือวิดีโอคอล พร้อมขู่เรื่องคดี
6. เสียงพูดผิดธรรมชาติ น้ำเสียงเรียบ ไม่มีจังหวะหายใจ ออกเสียงผิดเพี้ยน หรือหลีกเลี่ยงการสนทนาโต้ตอบยาว ๆ
7. วิดีโอมีความผิดปกติ เช่น ปากขยับไม่ตรงเสียง สีผิว แสงเงา หรือการกระพริบตาไม่เป็นธรรมชาติ
ป้องกันตัวเองอย่างไร
• อย่าเชื่อทันที หากมีคนอ้างว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก ให้ตัดสายและโทรกลับผ่านช่องทางที่คุ้นเคย
• ตั้ง “รหัสลับประจำบ้าน” ตั้งคำถามเฉพาะที่รู้กันเฉพาะบุคคลหรือครอบครัว เพื่อยืนยันตัวตน
• อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือ OTP กับบุคคลอื่น
• หากถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีความ ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง
ศูนย์ AOC ย้ำว่า ในยุคที่ AI สามารถปลอมทั้งเสียงและใบหน้าได้อย่างแนบเนียน ประชาชนไม่ควรเชื่อเพียงสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน แต่ควรตรวจสอบตัวตนทุกครั้งก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพยุคดิจิทัล



