รมว.ดีอี ร่วมเวที WEF 2026 เสนอแนวคิด “Trust และ Interoperability” เป็นกุญแจเชื่อมความร่วมมือ APEC-ASEAN รับมืออาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน พร้อมโชว์ผลสำเร็จปราบสแกมเมอร์ ลดความเสียหายกว่า 50% ใน 6 เดือน และหารือ WEF ตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านไซเบอร์-AI ในไทย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ใช้เวทีการประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 ของ World Economic Forum (WEF) ที่เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลักดันบทบาทประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์และเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายจากอาชญากรรมออนไลน์และเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ขยายตัวข้ามพรมแดน
ในการร่วมเสวนาหัวข้อ “APEC, ASEAN and the Art of Alignment” นายไชยชนกระบุว่า ไทยมองกรอบความร่วมมือ APEC และ ASEAN เป็นกลไกที่สามารถเสริมพลังซึ่งกันและกัน โดย APEC มีความโดดเด่นด้านความร่วมมือในมิติที่กว้าง ขณะที่ ASEAN มีจุดแข็งด้านการดำเนินงานเชิงลึกและความใกล้ชิดระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งสามารถผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความยั่งยืนของภูมิภาค
รัฐมนตรีดีอีเสนอให้ทั้งสองเวทีให้ความสำคัญกับ “Interoperability” หรือการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง ทั้งด้านข้อมูล มาตรฐาน และกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยคุกคามข้ามพรมแดน โดยเฉพาะอาชญากรรมไซเบอร์และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำว่าการสร้าง ความเชื่อมั่นระหว่างประเทศสมาชิก เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินปฏิบัติการร่วมเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางดิจิทัล (Resilience) และอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการเปิดรับความร่วมมือและการลงทุนจากนานาประเทศ
นอกจากนี้ นายไชยชนกยังได้หารือกับนาย Akshay Joshi ผู้แทน WEF เกี่ยวกับแนวทางรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ การพัฒนา AI และการยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับ WEF ในอนาคต โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุด
ปัจจุบัน ไทยได้บูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงดีอี หน่วยงานความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อปิดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งบัญชีม้า ซิมม้า การฟอกเงิน และเครือข่ายพนันผิดกฎหมาย ส่งผลให้สามารถลดปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ได้ราว 50% ภายในระยะเวลา 6 เดือน
ผลลัพธ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจาก WEF ซึ่งเตรียมนำแนวทางและประสบการณ์ของไทยไปศึกษาเป็นกรณีตัวอย่างระดับนานาชาติ เพื่อเผยแพร่ผ่านรายงานและเวทีด้านความมั่นคงไซเบอร์ขององค์กร
อีกประเด็นสำคัญคือ การหารือความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือภายใต้เครือข่าย WEF ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นด้านความมั่นคงไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ GovTech เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลและนวัตกรรมของประเทศในระยะยาว
นายไชยชนก กล่าวว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยมีเป้าหมายก้าวสู่ศูนย์กลาง AI และเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ควบคู่กับการพัฒนากฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต


