วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน 2569

Login
Login

True IDC ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ปักหมุดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 รับคลื่นลงทุน AI

True IDC เดินหน้าขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกว่า 6,000 ล้านบาท วางศิลาฤกษ์ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 ในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ รองรับความต้องการคลาวด์ และ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

True IDC ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์รายใหญ่ของประเทศไทยใน เครือซีพี ประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 บริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ รองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริการคลาวด์ และ ปัญญาประดิษฐ์ AI พร้อมวางรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจ AI อย่างเต็มรูปแบบ

โครงการดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2570 โดยจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI Hyperscale ที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการประมวลผลขั้นสูง รองรับการใช้งานทั้งจากองค์กรไทย หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่กำลังเร่งลงทุนด้าน AI และดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ True IDC กล่าวว่า ปัจจุบัน Cloud และ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคธุรกิจทั่วโลก

โดยข้อมูลจาก IDC คาดการณ์ว่าการลงทุนด้าน AI และ Generative AI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า แตะระดับ 11 ล้านล้านบาทภายในปี 2572 หรือเติบโตเฉลี่ย 38.4% ต่อปี

True IDC ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ปักหมุดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 รับคลื่นลงทุน AI

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญขององค์กรจำนวนมากในปัจจุบัน คือการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ระดับ Hyperscale ที่มีศักยภาพเพียงพอสำหรับรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และงาน AI ขั้นสูง ดังนั้น True IDC จึงมุ่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์มาตรฐานระดับโลกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างครบวงจร

คลาวด์ และ AI กำลังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของประเทศ

เขา เสริมว่า โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางด้านการประมวลผลและการเชื่อมต่อข้อมูลขนาดใหญ่ในทำเลยุทธศาสตร์ เพื่อให้องค์กรไทยและนักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเร่งให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของอาเซียนได้อย่างยั่งยืน

สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่นี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด AI Hyperscale Data Center ที่มุ่งรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตในทุกมิติ โดยหนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการเป็นศูนย์กลางโครงข่ายอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายขนาดใหญ่ของประเทศ รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลทั้งภายในและระหว่างประเทศ สามารถรองรับระบบคลาวด์ ระบบ AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ต้องการการประมวลผลแบบเรียลไทม์

True IDC ทุ่ม 6,000 ล้านบาท ปักหมุดดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 รับคลื่นลงทุน AI

ในด้านทำเลที่ตั้ง โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือ ซึ่งเป็นโซนเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับครบถ้วน อีกทั้งยังอยู่ใกล้ศูนย์กลางธุรกิจของประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Multi-Location Data Center ของ True IDC ที่มุ่งสร้างความหลากหลายของพื้นที่ให้บริการ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

ด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ อาคารดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ถูกพัฒนาด้วยแนวคิด Modular Construction สำหรับอาคารสูง ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการก่อสร้าง ขณะเดียวกันยังรองรับการติดตั้งระบบประมวลผลความหนาแน่นสูง หรือ High-Density Computing ซึ่งเหมาะกับการใช้งานชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงทั้ง CPU และ GPU ที่เป็นหัวใจสำคัญของงาน AI ในปัจจุบัน

ระบบสาธารณูปโภคภายในได้รับการออกแบบให้มีความพร้อมสูงสุด ทั้งระบบไฟฟ้าหลักและระบบไฟฟ้าสำรองหลายชั้น เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรองรับเทคโนโลยีระบายความร้อนทั้งแบบ Air Cooling และ Liquid Cooling ที่สามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย

นอกจากนี้ ยังมีระบบโครงข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยที่แบ่งโซนการเข้าถึงอย่างเข้มงวด พร้อมเลือกทำเลที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติต่ำ เพื่อเสริมความมั่นคงและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของผู้ใช้บริการ

ในมิติของมาตรฐานการดำเนินงาน True IDC ระบุว่า โครงการดังกล่าวจะพัฒนาและบริหารจัดการตามมาตรฐานของ Uptime Institute ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลข้อมูลและความปลอดภัยสารสนเทศตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยนำแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและปฏิบัติการ สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14001 และ ISO 50001 พร้อมกำหนดเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือ Power Usage Effectiveness (PUE) ให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว