วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

ปิดจ๊อบ TH-AI Passport ปรับสัญญา “จ่ายตามใช้จริง” ปลดล็อกข้อกังวลรัฐแบกงบ 1,600 ล้านบาท

โครงการ TH-AI Passport ที่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญแรงกดดันจากคำถามเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความเหมาะสมของงบประมาณ 1,621 ล้านบาท ล่าสุดได้ข้อสรุปสำคัญที่อาจถือเป็นการ “ปิดจ๊อบ” ประเด็นข้อกังวลหลักของสังคม หลังคณะกรรมการตรวจรับภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) มีมติเห็นชอบให้ปรับเงื่อนไขแนบท้ายสัญญาเพิ่มเติม 2 ประเด็นสำคัญ เพื่อเพิ่มความรัดกุมในการใช้งบประมาณภาครัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลจากการประชุมคณะกรรมการตรวจรับเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ที่ประชุมมีข้อยุติให้ปรับรูปแบบการคิดค่าบริการจากเดิมมาเป็นระบบ “Pay per Use” หรือ “ใช้เท่าไร จ่ายเท่านั้น” โดยภาครัฐจะจ่ายเงินตามปริมาณการใช้งานจริงของบริการ AI ระดับ Pro และ Premium เท่านั้น

สาระสำคัญของการแก้ไขครั้งนี้คือ การปิดความเสี่ยงที่รัฐอาจต้องจ่ายเต็มวงเงินโครงการ แม้จำนวนผู้ใช้งานจริงจะต่ำกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงเริ่มต้น อีกทั้งบริการหรือโมเดล AI ที่ไม่อยู่ในระดับ Pro ตามเงื่อนไขของโครงการจะไม่นำมาคิดค่าใช้จ่าย ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณผูกโยงกับการใช้งานจริงมากขึ้น

แหล่งข่าวระบุว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่ถูกเรียกร้องมาตั้งแต่ช่วงที่โครงการเริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยหลายฝ่ายกังวลว่าเป้าหมายผู้ใช้งาน 5 ล้านสิทธิ์อาจไม่เกิดขึ้นจริง และอาจทำให้ภาครัฐแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น

นอกจากการปรับรูปแบบการจ่ายเงินแล้ว คณะกรรมการตรวจรับยังเห็นชอบกลไกบริหารสิทธิ์การใช้งานใหม่ เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากมีผู้ต้องการเข้าร่วมโครงการเกินกรอบ 5 ล้านสิทธิ์ ระบบจะจัดลำดับเข้าสู่ Waiting List โดยอัตโนมัติ

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับสิทธิ์แต่ไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการ เช่น ไม่เข้าอบรม ไม่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ หรือไม่ผ่านการรับรองตามเกณฑ์ที่กำหนด อาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เพื่อนำโควตากลับมาเปิดให้ผู้ที่อยู่ในคิวรอเข้าร่วมโครงการแทน

การปรับเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวที TH-AI Passport Forum เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาชน ซึ่งตลอดการหารือมีการตั้งคำถามอย่างเข้มข้นต่อรูปแบบการบริหารโครงการ โดยเฉพาะประเด็นการวัดผลลัพธ์และความคุ้มค่าของงบประมาณ

ก่อนหน้านี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ระบุว่า โครงการยังสามารถปรับรายละเอียดบางส่วนได้ภายใต้กรอบ TOR เดิม หากเป็นประเด็นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ โดยหนึ่งในข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนคือแนวคิด “ใช้เท่าไร จ่ายเท่านั้น” ซึ่งล่าสุดได้ถูกนำไปสู่การแก้ไขเงื่อนไขสัญญาอย่างเป็นทางการ

สำหรับ TH-AI Passport เป็นโครงการที่มุ่งยกระดับทักษะ AI ของคนไทยผ่านการเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro และ Premium จากผู้ให้บริการ 14 ค่าย รวมมากกว่า 30 โมเดล พร้อมระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรด้าน AI กว่า 130 หลักสูตร ภายใต้แนวคิด Learn to Earn

กระทรวงดีอีมองว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ลงทะเบียน 5 ล้านคนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างกำลังคนที่สามารถใช้ AI ได้จริง รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม แม้ประเด็นเรื่องรูปแบบการจ่ายเงินและการจัดสรรสิทธิ์จะได้ข้อยุติแล้ว แต่โครงการยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ

โดยในวันที่ 18 มิ.ย. 2569 กระทรวงดีอีมีกำหนดเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ ทั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน

การปรับสัญญาครั้งนี้จึงอาจถือเป็นจุดสิ้นสุดของข้อถกเถียงสำคัญรอบแรกของ TH-AI Passport และเป็นความพยายามของภาครัฐในการตอบโจทย์สังคมว่า งบประมาณ 1,621 ล้านบาทจะถูกผูกกับผลการใช้งานจริงมากกว่าตัวเลขเป้าหมายบนกระดาษ ขณะที่บทพิสูจน์สำคัญจากนี้ไปคือ จำนวนผู้ใช้งานจริงและผลลัพธ์ที่โครงการจะสร้างให้กับศักยภาพด้าน AI ของประเทศในระยะยาว