วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

AI ดันบิ๊กเทคเร่งลงทุนดาต้าเซนเตอร์ ชูไทยหมุดหมายสำคัญภูมิภาค

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดาตาเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่กำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อการแข่งขันด้าน AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

AI ดันบิ๊กเทคเร่งลงทุนดาต้าเซนเตอร์ ชูไทยหมุดหมายสำคัญภูมิภาค

เวทีเสวนา Build It Right: Construction, Power & Cyber Resilience for AI-Ready Data Centers ในงาน Siemens Data Center Conference 2026 "Powering AI: The Next Era of Data Centers"

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนด้านดาต้าเซนเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจากผู้ประกอบการระดับโลก

สำหรับการตัดสินใจลงทุนโครงการ AWS Asia Pacific (Thailand) Region มูลค่ากว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 190,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 15 ปีของเอดับบลิวเอสนั้น มาจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคม ความชัดเจนของนโยบายและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐในระยะยาว ตลอดจนศักยภาพของตลาดไทยที่มีอัตราการยอมรับและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้งานในระดับสูง

เขากล่าวว่า แม้ประเทศไทยอาจไม่ได้มีต้นทุนพลังงานต่ำที่สุดในภูมิภาค แต่มีจุดแข็งด้านเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินงานของดาต้าเซนเตอร์ขนาดใหญ่

ขณะที่ความชัดเจนด้านนโยบายและการสนับสนุนจากภาครัฐในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการต่างชาติในการวางแผนลงทุนระยะยาว

ชู ‘คน’ ปัจจัยชี้ขาดสู่ศูนย์กลาง AI

วัตสันมองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น AI Data Center Destination หรือศูนย์กลางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับ AI ไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมของบุคลากร

หากประเทศไม่มีบุคลากรที่พร้อมใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI นักลงทุนต่างชาติจะไม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน เนื่องจากกำลังคนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยี

ดังนั้น การพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทดลองใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญควบคู่ไปกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

AI ดันบิ๊กเทคเร่งลงทุนดาต้าเซนเตอร์ ชูไทยหมุดหมายสำคัญภูมิภาค

ซีเมนส์ชี้ AI เร่งความเสี่ยงไซเบอร์

วิเวก คูมาร์ กุปตา ผู้จัดการระดับภูมิภาค IoT & Digitalization บริษัท ซีเมนส์ กล่าวว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหลายครั้งในอดีต

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ AI มาพร้อมกับการสร้างและเชื่อมต่อข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กลายเป็นปัจจัยสำคัญของระบบดิจิทัลในอนาคต

ยิ่งองค์กรมีการเชื่อมโยงข้อมูลมากขึ้น หรือพยายามนำข้อมูลจากระบบคลาวด์มาวิเคราะห์เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานมากขึ้นเท่าใด ความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การหลอมรวมระหว่าง Operational Technology (OT) และ Information Technology (IT) ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก

ปัจจุบันโลกดิจิทัลกำลังเชื่อมโยงเข้ากับระบบปฏิบัติการจริงในโรงงานและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์ภาคสนาม เครื่องจักร และระบบควบคุมต่าง ๆ ต้องสามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย

Cyber Resilience ต้องอาศัยทั้งอีโคซิสเต็ม

ผู้บริหารซีเมนส์มองว่า ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายในระบบนิเวศดาต้าเซนเตอร์ ตั้งแต่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ผู้พัฒนาระบบ ผู้ให้บริการคลาวด์ ไปจนถึงผู้ใช้งาน

ดังนั้น การพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยจึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐานด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศเพื่อให้ระบบสามารถรองรับการเติบโตของอุปกรณ์อัจฉริยะจำนวนมหาศาลในอนาคต

ในอีก 10 ปีข้างหน้า โลกอาจมีอุปกรณ์และระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI นับล้านรายการ รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถปฏิบัติงานในโลกจริงได้ ทำให้ความผิดพลาดหรือการถูกโจมตีของระบบไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้อีกต่อไป

มองดาต้าเซนเตอร์สมองของ AI

วิเวกประเมินว่า ดาต้าเซนเตอร์จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะ "สมอง" ของระบบ AI ในอนาคต เนื่องจากเป็นสถานที่สำหรับประมวลผลข้อมูล สร้างข้อมูลเชิงลึก และรองรับการทำงานของ AI Agents

ด้วยเหตุนี้ ระบบ AI และดาต้าเซนเตอร์จึงต้องได้รับการปกป้องจากการโจมตี การทุจริตข้อมูล และความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ

การสร้างความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซนเตอร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการ เทคโนโลยี พันธมิตร และผู้ใช้งาน เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ได้ในระยะยาว

พร้อมระบุว่า ปัจจัยพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตของดาต้าเซนเตอร์ในอนาคตยังประกอบด้วยพลังงานที่เพียงพอ มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และมีความยั่งยืน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญควบคู่กับความปลอดภัยไซเบอร์ในการรองรับการขยายตัวของ AI ในระยะต่อไป