ดีป้าเร่งยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการครบวงจร สร้างฐานข้อมูลกลางเชื่อมผู้ผลิต นักลงทุน และครีเอเตอร์ หลังอุตสาหกรรมมีมูลค่า 50,609 ล้านบาท เติบโต 14% พร้อมปูทางสู่ศูนย์กลางคอนเทนต์ดิจิทัลอาเซียน
อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลัง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เดินหน้ายุทธศาสตร์ยกระดับอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์แบบครบวงจร เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางของประเทศ หวังเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ครีเอเตอร์ นักพัฒนา และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมวางรากฐานผลักดันศักยภาพคนไทย
ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้ากล่าวภายในงาน “ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND” ว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่การเติบโตในระดับสากล จะต้องผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในระบบนิเวศอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
โดยภายใต้แนวคิด “From Local Talent to Global Content” อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ปัจจุบันมีมูลค่ารวมกว่า 50,609 ล้านบาท และจากผลสำรวจอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ปี 2567 พบว่าเติบโตถึง 14% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่อุตสาหกรรมเผชิญมายาวนานคือการขาดฐานข้อมูลกลางที่เป็นระบบ ข้อมูลผู้ประกอบการยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทำให้การวิเคราะห์ภาพรวมอุตสาหกรรม การกำหนดมาตรการสนับสนุน และการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ ดีป้าจึงพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์แบบครบวงจร เพื่อรวบรวม จัดกลุ่ม และจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยยึดแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงนโยบายและเชิงธุรกิจ
สร้างฐานข้อมูลกลาง ปลดล็อกการเข้าถึงทุน
หัวใจสำคัญของระบบใหม่คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สามารถสร้าง Portfolio เพื่อแสดงผลงานของตนเองบนแพลตฟอร์มกลาง โดยทำหน้าที่เสมือน “หน้าร้านออนไลน์มาตรฐาน” ที่เปิดให้นักลงทุน ผู้ว่าจ้าง และพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาค้นหาศักยภาพและผลงานได้โดยตรง
แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดข้อจำกัดด้านการตลาดและการเข้าถึงลูกค้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและผู้เล่นหน้าใหม่ที่มักมีข้อจำกัดในการสร้างการรับรู้ในตลาด ขณะเดียวกันยังเพิ่มโอกาสในการจับคู่ธุรกิจและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
ดร.ศุภกร มองว่า การมีฐานข้อมูลกลางที่ได้มาตรฐานจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ทั้งในมิติของการพัฒนาธุรกิจ การดึงดูดเงินลงทุน และการกำหนดนโยบายภาครัฐที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมได้แม่นยำมากขึ้น
การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจัดเก็บข้อมูล แต่เป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของคนไทยเข้ากับโอกาสทางธุรกิจระดับโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย
-
โฟกัส 6 สาขาหลัก สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ
สำหรับระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ ดีป้าได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก 6 สาขาที่มีศักยภาพสูงและเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่
- เกม
- แอนิเมชัน
- คาแรกเตอร์
- อีสปอร์ต
- คอนเทนต์ครีเอเตอร์
- หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ก
ทั้ง 6 สาขาถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล และเป็นตลาดที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั่วโลก การมีฐานข้อมูลกลางจะช่วยให้ภาครัฐมองเห็นโครงสร้างอุตสาหกรรมได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ ดีป้าคาดหวังว่าฐานข้อมูลดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
รวมกูรูชี้ทิศทางคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากการเปิดตัวระบบขึ้นทะเบียนแล้ว ภายในงานยังมีเวทีเสวนาจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ระดับโลก
ประกอบด้วย สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA), จิรยศ เทพพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร eArena, สุมิตร สีมากุล นายกสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย (DCAT), กิตติพงศ์ พฤกษอรุณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA), กฤษณ์ ณ ลำเลียง นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) และกวิตา พุกสาย ผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือ บรรณาธิการ และอดีตผู้บริหารแพลตฟอร์มอีบุ๊ก
ภายในงานยังมีการบรรยายความรู้ด้านภาษีดิจิทัลคอนเทนต์ กิจกรรม Inspiration Showcase เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้นำเสนอผลงาน รวมถึงกิจกรรม Networking เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักพัฒนา และนักลงทุน
ดีป้าระบุว่า งาน ECOSYSTEM MOMENTUM FOR DIGITAL CONTENT THAILAND ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลคอนเทนต์ที่เข้มแข็ง โดยองค์กรพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันคอนเทนต์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ฟรีแลนซ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ สามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย พร้อมจัดทำ Portfolio เพื่อแสดงผลงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ผ่านเว็บไซต์ digitalcontent.depa.or.th
โดยดีป้าคาดหวังว่าฐานข้อมูลดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในระยะยาว และเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพของคนไทยให้กลายเป็นคอนเทนต์ระดับโลก


