การเร่งลงทุนด้านดิจิทัลขององค์กร การใช้งานคลาวด์ การเติบโตของ AI และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น กำลังผลักดันความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทย
ฮายาโตะ ซึโบอิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยกำลังขยายตัวต่อเนื่อง จากการที่องค์กรเร่งดำเนินโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์มาจากนโยบาย Thailand 4.0 การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลในระดับประเทศ การพัฒนา Government Cloud (G-Cloud) ข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การขยายตัวของคลาวด์และรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ตลอดจนโครงการดิจิทัลภายในองค์กร
อุตสาหกรรมที่มีความต้องการด้านความปลอดภัยไซเบอร์สูง ได้แก่ กลุ่มธนาคาร การเงิน และประกันภัย (BFSI) สาธารณสุข การผลิต และการศึกษา
ฟูจิฟิล์มฯ ประเมินว่า ตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 15,800-17,400 ล้านบาท ในช่วงปี 2567-2568 และคาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 22,200 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 12.5-13.04% ต่อเนื่องถึงปี 2575
ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้องค์กรลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น ขณะที่ภูมิภาคเอเชียยังเป็นหนึ่งในตลาดความปลอดภัยไซเบอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก จากการใช้งานคลาวด์ การนำ AI มาใช้ และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น
องค์กรเพิ่มงบลงทุน รับมือภัยคุกคาม
สำหรับแนวโน้มการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กรในประเทศไทย พบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 300,000 บาทต่อปี โดยส่วนใหญ่ลงทุนในรูปแบบโซลูชันแบบรวมแพ็กเกจหรือบริการ Managed Security Service Provider (MSSP)
ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี โดยมักลงทุนในโซลูชันแบบบูรณาการ อาทิ ระบบ Security Information and Event Management (SIEM) ระบบ Endpoint Security และบริการที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยไซเบอร์
ซึโบอิอ้างอิงรายงาน 2026 Global Threat Report ของ CrowdStrike ระบุว่า ระยะเวลาเฉลี่ยในการเจาะระบบของอาชญากรไซเบอร์ลดลงเหลือ 29 นาทีในปี 2568 เร็วขึ้น 65% จากปีก่อนหน้า โดยการเจาะระบบที่เร็วที่สุดที่เคยบันทึกได้เกิดขึ้นภายใน 27 วินาที
นอกจากนี้ ประมาณ 82% ของการตรวจจับเป็นการโจมตีแบบไม่มีมัลแวร์ (Malware-free Attack) สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการโจมตีที่อาศัยข้อมูลตัวตนและการควบคุมระบบโดยตรง ซึ่งทำให้การตรวจจับและป้องกันทำได้ยากขึ้น
ภัยคุกคามซับซ้อน หนุนบริการไซเบอร์ครบวงจร
ในด้านความท้าทาย องค์กรในประเทศไทยยังเผชิญปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ราว 20,000 คน รวมถึงข้อจำกัดด้านความเชี่ยวชาญภายในองค์กร ส่งผลให้มีการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากภายนอกมากขึ้น
ฟูจิฟิล์มฯ มองว่า ความท้าทายของตลาดกำลังเปลี่ยนจากประเด็นด้านเทคโนโลยี ไปสู่เรื่องบุคลากรและศักยภาพในการดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานผลิตภัณฑ์แบบแยกส่วน ไปสู่โมเดลความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วยบริการ
โดยมีแรงหนุนจากความต้องการ Managed Security Services ที่เพิ่มขึ้น การพึ่งพาพันธมิตรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้จากภายนอกมากขึ้น และการเปลี่ยนบทบาทของความปลอดภัยไซเบอร์สู่บริการเชิงปฏิบัติการมากกว่าการเป็นเพียงผลิตภัณฑ์
แนวโน้มของตลาดกำลังเปลี่ยนจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยแบบแยกส่วน ไปสู่บริการบริหารจัดการความปลอดภัยแบบครบวงจร สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรที่ต้องรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น และข้อจำกัดด้านบุคลากร
ฟูจิฟิล์มฯ เดินเกมรุกธุรกิจ 'ไซเบอร์ซีเคียวริตี้'
ด้านทิศทางธุรกิจ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ระบุว่า กำลังปรับบทบาทจากผู้ให้บริการโซลูชันด้านเอกสารไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร หรือ One-Stop DX Partner โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์และบริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์
บริษัทระบุว่า ศูนย์ Document Technology Center (DTC) ให้บริการด้านการจัดการเอกสาร ข้อมูลดิจิทัล และโซลูชันด้านความปลอดภัยสารสนเทศ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับสากล
กลุ่มโซลูชันหลักครอบคลุมด้านความปลอดภัยของเอกสารและข้อมูลสำหรับเครื่องพิมพ์สำนักงานและอุปกรณ์มัลติฟังก์ชัน (MFDs) ระบบงานพิมพ์เชิงพาณิชย์ ระบบจัดการเอกสารและเวิร์กโฟลว์ เทคโนโลยี AI OCR การเชื่อมต่อผ่านมือถือและคลาวด์ ระบบยืนยันความถูกต้องของเอกสาร Audit Trail และ Digital Rights Management (DRM)
นอกจากนี้ ยังมีบริการ Managed Security Services ครอบคลุมการเฝ้าระวังและบริหารจัดการความปลอดภัย การสนับสนุนด้าน Security Operations และโซลูชันด้านความปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร
ต่อยอดบริการ รองรับดีมานด์องค์กร
ฟูจิฟิล์มระบุว่า มีโซลูชันด้านความปลอดภัยไซเบอร์และเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลที่ออกแบบสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น การเงิน การผลิต และประกันภัย ซึ่งมีความต้องการด้านการปกป้องข้อมูลในระดับสูง
บริษัทมีประสบการณ์ให้บริการด้านการจัดการเอกสารและข้อมูลแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยมากกว่า 25 ปี ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและความปลอดภัยไซเบอร์
ปัจจุบันรายได้ของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) มาจากธุรกิจเครื่องพิมพ์ 55% บริการและโซลูชัน 30% และเครื่องพิมพ์คอมเมอร์เชียล 15% ขณะที่บริการด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ยังมีสัดส่วนรายได้ไม่สูงมาก แต่บริษัทมองว่าเป็นบริการสำคัญที่ช่วยต่อยอดธุรกิจฮาร์ดแวร์ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และการบริหารจัดการข้อมูลขององค์กร


