วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

จับตา 19 มิ.ย.ชี้ชะตาโรดแมปทีวีดิจิทัล คู่ขนานปมสอบคุณสมบัติ‘ประธานกสทช.’

จับตา 19 มิ.ย.ชี้ชะตาโรดแมปทีวีดิจิทัล คู่ขนานปมสอบคุณสมบัติ‘ประธานกสทช.’

บอร์ด กสทช. เลื่อนพิจารณาแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 พร้อมโรดแมปทีวีดิจิทัล หลังกรรมการเข้าประชุมไม่ครบองค์ประชุม เตรียมนำกลับเข้าสู่วาระแรกวันที่ 19 มิ.ย. ขณะเดียวกันคณะกรรมการสรรหาเร่งรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเอกสารจากหลายหน่วยงานสำคัญ

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ยังไม่สามารถพิจารณาร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573) รวมถึงแผนนำทาง (โรดแมป) กิจการโทรทัศน์ดิจิทัลฉบับใหม่ได้ เนื่องจากกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประกอบ ส่งผลให้วาระสำคัญที่อุตสาหกรรมโทรทัศน์รอคอยต้องถูกเลื่อนออกไป

ทั้งนี้ วาระดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ไทย เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการกำหนดทิศทางกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หลังใบอนุญาตทีวีดิจิทัลปัจจุบันจะทยอยสิ้นสุดลงในปี 2572 โดยแผนแม่บทและโรดแมปฉบับใหม่จะเป็นกรอบนโยบายสำคัญสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมในอีกหลายปีข้างหน้า

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นจากกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน จึงต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน และจะนำกลับเข้าสู่วาระการประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 มิถุนายน 2569

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ระบุว่า ประธาน กสทช. ได้แจ้งต่อที่ประชุมแล้วว่าจะบรรจุร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 รวมถึงโรดแมปทีวีดิจิทัลเป็นวาระพิจารณาลำดับแรกของการประชุมครั้งหน้า โดยจะเริ่มจากการพิจารณาแผนแม่บทก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาโรดแมปทีวีดิจิทัล

หากการประชุมวันที่ 19 มิถุนายนสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ก็มีโอกาสที่บอร์ด กสทช. จะสามารถสรุปทิศทางและได้ข้อยุติภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ตามกรอบเวลาที่ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่การประชุมครั้งล่าสุดไม่สามารถเปิดการพิจารณาวาระดังกล่าวได้ มาจากการลาประชุมของกรรมการ 2 ราย ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย ซึ่งติดภารกิจในต่างประเทศ

นอกจากวาระโรดแมปทีวีดิจิทัลแล้ว อีกประเด็นที่ถูกจับตาควบคู่กัน คือ กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา กสทช.

ล่าสุด คณะกรรมการสรรหาได้ออกประกาศเปิดรับข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทุกภาคส่วน จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา หลังเห็นว่ายังมีข้อมูลสำคัญหลายส่วนที่ไม่สามารถรวบรวมได้ครบถ้วน

การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการสรรหาได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ โดยอาศัยหลักการตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องแสวงหาพยานหลักฐานทุกด้านให้ครบถ้วนก่อนมีคำวินิจฉัย

แหล่งข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือคือ คณะกรรมการมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ เนื่องจากเอกสารจากหลายหน่วยงานยังไม่สามารถนำเข้าสู่สำนวนได้

หน่วยงานที่ถูกจับตามากที่สุดคือ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ นพ.สรณ โดยคณะกรรมการสรรหาได้ขอข้อมูลจำนวนมาก ทั้งรายละเอียดการปฏิบัติงาน สัญญาจ้าง ค่าตอบแทน เอกสารภาษี หลักฐานการปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ ตลอดจนกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันคณะกรรมการสรรหาระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับอย่างครบถ้วน ทำให้ข้อเท็จจริงหลายส่วนยังไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้

ในส่วนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งถูกอ้างว่าเคยนำเสนอข้อมูลบางส่วนต่อที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ยังไม่ได้ส่งเอกสารชี้แจงกลับมายังคณะกรรมการสรรหา ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเองชี้แจงว่าไม่มีเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวข้องอยู่ในครอบครอง

ด้านสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้รับการร้องขอให้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภาชุดก่อน ซึ่งเคยตรวจสอบประเด็นดังกล่าวไว้แล้ว แต่แจ้งว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังเป็นเอกสารภายในที่ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ

ขณะที่หน่วยงานด้านข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่างแจ้งข้อจำกัดทางกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ส่วนสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานที่สามารถตอบข้อซักถามได้ โดยระบุว่าไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนของ นพ.สรณ ในช่วงเวลาที่คณะกรรมการสรรหาขอตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการรวบรวม

นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหายังได้เชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ศ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เข้าชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม แต่ทั้งสองรายไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ โดยแจ้งเหตุผลเรื่องภารกิจและการจัดเตรียมหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า แม้กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. จะดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ส่งผลให้คณะกรรมการสรรหาต้องเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสรุปข้อเท็จจริง

ด้วยเหตุนี้ วันที่ 19 มิถุนายนจึงกลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการสื่อสารไทย เพราะนอกจากบอร์ด กสทช. จะต้องตัดสินใจต่ออนาคตของทีวีดิจิทัลหลังปี 2572 แล้ว ยังเป็นเส้นตายการรวบรวมข้อมูลในกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมสื่อสารของประเทศ