เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีแห่งอนาคต สู่ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของเศรษฐกิจดิจิทัล ความท้าทายสำคัญของหลายประเทศจึงไม่ได้อยู่ที่การพัฒนา AI ให้เก่งขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้สังคมสามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และรับผิดชอบ
นี่คือทิศทางสำคัญที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) วางไว้สำหรับปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Driving Trust AI Governance” โดยมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศ AI ที่เติบโตบนหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
รจนา ล้ำเลิศ ที่ปรึกษา ETDA และหัวหน้าศูนย์ AI Governance Center (AIGC by ETDA) กล่าวว่า แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ.2565-2570 และนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กำหนดให้ AI เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ ยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี
ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล ETDA จึงเดินหน้าขับเคลื่อนงานด้าน AI Governance อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรากฐานความเชื่อมั่นให้กับการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ของประเทศ
เธอ กล่าวว่า สำหรับปี 2569 การดำเนินงานจะเน้น 2 มิติหลัก ได้แก่
- การวางกรอบกำกับดูแล AI ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
- การผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงในทุกภาคส่วน
ในมิติแรก ETDA มุ่งพัฒนาเครื่องมือและแนวทางด้าน AI Governance ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ ภายใต้กรอบแนวคิดของ UNESCO เพื่อจัดทำ AI Governance Guideline & Toolkits ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย
ปัจจุบันมีเครื่องมือพร้อมใช้งานแล้ว 12 ชุด และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติมอีก 2 ชุด ได้แก่ AI Ethical Impact Assessment Playbook และ AI Value Creation ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความเสี่ยงด้านจริยธรรม บริหารจัดการผลกระทบจากการใช้ AI และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ETDA ยังพัฒนาระบบติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงด้าน AI ผ่านรายงาน AI Watch Series เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานการณ์จากทั่วโลก วิเคราะห์ผลกระทบ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย งานวิจัย และเอกสาร White Paper สนับสนุนการกำหนดทิศทางของประเทศในระยะยาว
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของปี 2569 คือการยกระดับกระบวนการทดสอบความปลอดภัยของระบบ AI ผ่านแนวคิด AI Governance Testing โดยประเทศไทยจะจัดกิจกรรม “Red Teaming Challenge” เป็นครั้งแรก เพื่อทดสอบจุดอ่อน ความเสี่ยง อคติ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระบบ AI ก่อนนำไปใช้งานจริง
ขณะที่มิติที่สอง คือการผลักดันให้องค์ความรู้และเครื่องมือด้าน AI Governance ถูกนำไปใช้จริงในทุกภาคส่วน โดยภาครัฐถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ โดย ETDA ได้พัฒนาหลักสูตร AI Governance for Government หรือ AI Gov4Govt เพื่อเตรียมความพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐทั้ง 20 กระทรวง ขณะเดียวกันยังเดินหน้าหลักสูตร AI Change Agent Program (AICA) เพื่อสร้างบุคลากรแกนนำด้าน AI ภายในองค์กร และต่อยอดสู่บทบาท Chief AI Officer ในอนาคต
พร้อมกันนี้ยังมีโครงการ Train the Trainer เพื่อสร้างเครือข่ายวิทยากรด้าน AI Governance ในภาครัฐ ตั้งเป้าพัฒนาผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 80 คน และขยายผลสู่บุคลากรภาครัฐกว่า 3,000 คนภายในปี 2570
ด้านภาคการศึกษา ETDA ร่วมมือกับ สสวท. สพฐ. UNICEF และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาหลักสูตร AI & Digital Ethics for Educators เพื่อสร้างครูแกนนำด้าน AI และจริยธรรมดิจิทัล พร้อมจัดทำคู่มือ AI Governance สำหรับสถานศึกษา ครอบคลุมทั้งผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และศึกษานิเทศก์ โดยตั้งเป้าขยายเครือข่ายครูวิทยากรกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ
สำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ได้มีการจัดโครงการ SMEs Growth ลงพื้นที่ทั้ง 4 ภูมิภาค ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Generative AI และ AI Marketing ควบคู่กับการเชื่อมโยงโซลูชัน AI เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ขณะที่ภาคประชาชน ETDA เดินหน้าขยายผลผ่านหลักสูตร ETDA Digital Citizen หรือ EDC Plus เพื่อยกระดับ AI Literacy และทักษะดิจิทัล โดยตั้งเป้าพัฒนาเครือข่าย EDC Trainer จำนวน 2,000 คน ครอบคลุม 400 อำเภอทั่วประเทศ และขยายผลสู่ประชาชนไม่น้อยกว่า 60,000 คนในปี 2569
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาหลักสูตรออนไลน์เพิ่มเติมอีก 4 ด้าน ได้แก่ Digital Use, Digital Communication, Digital Security และ Digital Literacy ผ่านแพลตฟอร์มของสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล (DISDA)
ETDA ยังเริ่มขยายการประยุกต์ใช้ AI Governance ไปยังภาคส่วนเฉพาะ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานศาลปกครอง จัดกิจกรรม Responsible AI Innovation Hackathon ภายใต้แนวคิด “AI for Justice” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่ายขึ้น พร้อมยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม
ภาพรวมทั้งหมดถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายใหญ่ของประเทศ นั่นคือการผลักดันการจัดตั้ง AI Governance Practice Center (AIGPC) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงหลักการกำกับดูแล AI ระดับสากลสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยง การทดสอบระบบ AI และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
ปัจจุบัน ETDA อยู่ระหว่างผลักดันให้ AIGPC ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ประเภทที่ 2 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ UNESCO ซึ่งหากสำเร็จ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Regional Hub ด้าน AI Governance ของภูมิภาค

