วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน 2569

Login
Login

อนาคตทีวีไทยหลังปี72 ‘วิกฤติ-รอด’ ลุ้น‘กสทช.’เร่งโรดแมปสู้ศึก ‘โอทีที’

อนาคตทีวีไทยหลังปี72 ‘วิกฤติ-รอด’ ลุ้น‘กสทช.’เร่งโรดแมปสู้ศึก ‘โอทีที’

“ทีวีดิจิทัลไทย” สู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ ลุ้น กสทช.ขยับ หลังโดนข้อครหาไร้แผนรองรับก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุปี 2572 แม้เปิดเวทีรับฟังทุกภาคส่วนไปแล้ว จับตาร่าง “โรดแมปฉบับสมบูรณ์” กำหนดทิศทางบริหารคลื่น-รูปแบบใบอนุญาตใหม่ ลุ้นต่ออายุ 7 ปี หรือเปิดทางผู้เล่นหน้าใหม่ ปรับโครงสร้างธุรกิจสื่อไทยทันยุคแพลตฟอร์มข้ามชาติ

จากวันประมูลทีวีดิจิทัลมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท สู่ยุคที่เม็ดเงินโฆษณาและผู้ชมไหลสู่แพลตฟอร์มออนไลน์สตรีมมิ่ง โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกตั้งคำถามหนักถึงโรดแมปโครงสร้างอุตสาหกรรมสื่อไทยยุคใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางการแข่งขันทศวรรษหน้า ท่ามกลางแพลตฟอร์มออนไลน์สตรีมมิ่ง โอทีที ที่ดิสรัปทีวีหนัก

หากย้อนไปเมื่อกว่า 1 ทศวรรษก่อน อุตสาหกรรมโทรทัศน์อยู่ยุคผู้ชมคุ้นเคยสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินไม่กี่ช่อง ทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 และช่อง 11 ภายใต้ระบบอนาล็อกที่ครอบครองคลื่นความถี่นานหลายสิบปี

หากย้อนไปเมื่อกว่า 1 ทศวรรษก่อน อุตสาหกรรมโทรทัศน์อยู่ยุคผู้ชมคุ้นเคยสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินไม่กี่ช่อง ทั้งช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 และช่อง 11 ภายใต้ระบบอนาล็อกที่ครอบครองคลื่นความถี่นานหลายสิบปี

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 และการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสช.) ก่อนรวมเป็น กสทช.ปี 2554 มีภารกิจสำคัญปฏิรูปการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งกำหนดเป็นทรัพยากรสาธารณะของประเทศ

ยุคของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านบรอดแคสต์ภายใต้ กสทช.ผลักดันนโยบายใหญ่ที่สุดของวงการโทรทัศน์ไทย คือ “การเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล”

ปี 2556 เป็นหมุดหมายสำคัญเมื่อ กสทช.ประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 24 ช่อง มูลค่ารวม 5 หมื่นล้านบาท ภายใต้ความคาดหวังสร้างการแข่งขัน เสริมความหลากหลายเนื้อหา และยกระดับอุตสาหกรรมสื่อไทยเข้ายุคดิจิทัล แต่ไม่เป็นไปตามคาดทั้งหมด

แพลตฟอร์มออนไลน์ เน็ตเร็วสูง ดิสรัป

ช่วงเดียวกันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สมาร์ตโฟน และแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ เติบโตเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากโทรทัศน์สู่รับชมออนดีมานด์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้ทีวีดิจิทัลเจอปัญหารายได้โฆษณาลดแต่ต้นทุนสูง

ขณะเดียวกันความท้าทายใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งแพลตฟอร์ม OTT (Over the top) การแข่งขันจากผู้ให้บริการสตรีมมิงระดับโลก การย้ายเงินโฆษณาไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก

และวงการโทรทัศน์ไทยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดปี 2572 ทำให้ กสทช.วางโรดแมปกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในทศวรรษหน้าว่าจะเดินหน้าต่ออายุใบอนุญาตเดิม เปิดประมูลใหม่ หรือปรับรูปแบบกำกับดูแลสอดรับมัลติแพลตฟอร์ม

“โรดแมปทีวีดิจิทัลยุคใหม่” 

ท่ามกลางเสียงเตือนของผู้ประกอบการทีวีถึงท่าทีคณะกรรมการ กสทช.พิจารณาโรดแมปรับมือการสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2572 ที่มีปัญหาความขัดแย้งภายใน ทำให้การพิจารณาโรดแมปทีวีดิจิทัลยังสรุปไม่ได้ 

ทั้งนี้ กสทช.ทำโรดแมปทีวีดิจิทัลยุคใหม่ เตรียมพร้อมก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลสิ้นอายุปี 2572 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอุตสาหกรรมสื่อที่เผชิญแรงกดดันเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและการแข่งขันรุนแรงจากแพลตฟอร์มต่างชาติ

กสทช.รับฟังความคิดเห็น Focus Group เดือน ต.ค.2568 และทำร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) สำหรับกิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมรับฟังความเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.เรื่อง แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (2569-2573) เสร็จแล้ว

สาระสำคัญของร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เน้นปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบและคุ้มครองผู้บริโภค สรุปโดยสังเขปดังนี้ วิสัยทัศน์มุ่งเน้นสร้างระบบนิเวศการสื่อสารยั่งยืน มีประสิทธิภาพและเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทย

เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่เข้าถึงได้ มีเนื้อหาคุณภาพและปลอดภัย โดยคำนึงความมั่นคงชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรม 

ผ่าร่างแผนแม่บทเปลี่ยนผ่านเน้น4ข้อ

สำหรับร่างแผนแม่บทฉบับนี้ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ 

1.ยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) เน้นส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีให้รองรับการชมผ่านแพลตฟอร์มหลากหลาย ทั้งแบบภาคพื้นดินและออนไลน์ และสนับสนุนการปรับตัวผู้ประกอบการโทรทัศน์ดั้งเดิมให้แข่งขันและอยู่รอดในยุคผู้บริโภคนิยมรับชมผ่านออนไลน์มากขึ้น

2.ยุทธศาสตร์คุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความเท่าเทียม โดยยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคจากเนื้อหาไม่เหมาะสมไปสู่คุ้มครองจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง และเนื้อหาอันตราย การหลอกลวงออนไลน์ และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบางและผู้พิการมากขึ้น

3.ยุทธศาสตร์กำกับดูแลเชิงรุกเน้นปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้ยืดหยุ่นไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรมและเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม สร้างความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลเนื้อหากับเสรีภาพการแสดงออก

4.ยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เน้นให้กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นส่วนสำคัญส่งเสริม Soft Power ไทยสู่ตลาดโลกผ่านการพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมให้มีทักษะสอดคล้องเทคโนโลยีสมัยใหม่

เน้นโฟกัส ‘โอทีที’

ประเด็นที่เน้นพิเศษ ได้แก่ การกำกับดูแล OTT ให้ความสำคัญการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการภาพและเสียง เพื่อให้ความเป็นธรรมการแข่งขันกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มเดิม การสร้างโครงสร้างพื้นฐานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่มั่นคงและเข้าถึงได้สำหรับประชาชน และการส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพ

โดยสรุปแผนแม่บทฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลแบบดั้งเดิม (ที่เน้นเฉพาะสื่อหลัก) สู่การเป็น “ผู้สนับสนุนระบบนิเวศสื่อดิจิทัล” ที่เน้นความปลอดภัย คุณภาพเชื่อถือได้ การแข่งขันเป็นธรรม การเข้าถึงได้และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ในเชิงเศรษฐกิจ การกำหนดทิศทางใหม่ของทีวีดิจิทัลจะมีผลโดยตรงต่อการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ที่เป็น “สินทรัพย์แห่งชาติ” ถือเป็นการเดิมพันอนาคตอุตสาหกรรมสื่อไทยที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง และเกี่ยวโยงกับทั้งภาคโทรคมนาคมและสื่อสารมวลชน

หากเลือกแนวทางต่ออายุใบอนุญาต จะช่วยประคองธุรกิจเดิมให้มีเวลาปรับตัว แต่หากเลือกแนวทางเปิดตลาดใหม่ จะเป็นโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่ที่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีมาปรับโฉมอุตสาหกรรม แต่ก็เสี่ยงต่อการ “ดิสรัป” ผู้ประกอบการรายเดิมที่ยังไม่พร้อม

ดังนั้นทิศทาง “โรดแมปทีวีดิจิทัล” ไม่ใช่แค่การต่อใบอนุญาตหรือการประมูลคลื่น แต่เป็นการวางโครงสร้างอุตสาหกรรมสื่อทศวรรษหน้าจะปรับจาก “สื่อดั้งเดิม” สู่ “มัลติแพลตฟอร์ม” ได้แค่ไหน

‘พิรงรอง’ ยันไม่ละเลยโรดแมปทีวีดิจิทัล

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กสทช.หลังสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายรายงานผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำนักงาน กสทช. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ ออก “จดหมายเปิดผนึก” ยืนยันฝั่งกิจการโทรทัศน์ไม่ละเลยโรดแมปรองรับสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัลและการกำกับดูแล OTT

จดหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังองค์กรวิชาชีพสื่อ 8 องค์กร นำโดยสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และสหพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.และกรรมการ กสทช.อีก 6 ด้าน เรียกร้องเร่ง “แผนแม่บทและแผนนำทางกิจการโทรทัศน์หลังสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572” และกำหนดเส้นตายภายในวันที่ 30 มิ.ย.หากไม่คืบหน้าอาจพิจารณายื่นศาล

ก่อนหน้านี้หลายปี กสทช.ริเริ่มและเป็นตัวกลางเปิดเวทีหารือศึกษาต้นแบบ “แพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ” ที่บูรณาการเนื้อหาจาก “ช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดิน โฆษณาและข้อมูลผู้บริโภค” ให้อยู่ระบบเดียวกัน และบริหารจัดการบริการเสริมที่วิ่งบนโครงข่าย OTT ที่ถือเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลมาเป็นช่องทางเผยแพร่เนื้อหาแต่ยังไร้ความคืบหน้า