วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2569

Login
Login

Meta ผนึก สตช.–พันธมิตร ปราบแก๊งหลอกลวงออนไลน์ จับ 63 ราย ลบ 1.4 ล้านบัญชี

Meta ผนึก สตช.–พันธมิตร ปราบแก๊งหลอกลวงออนไลน์ จับ 63 ราย ลบ 1.4 ล้านบัญชี

Meta ผนึกกำลัง สตช. และพันธมิตรทั่วโลก ปราบมิจฉาชีพออนไลน์ จับกุมผู้ต้องสงสัย 63 ราย พร้อมลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ

Meta ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ พร้อมด้วยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ เดินหน้าปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้อง 63 ราย โดยฝั่งแพลตฟอร์มดิจิทัลในเครือ Meta มีการลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงบน Facebook และ Instagram รวมกว่า 1.4 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยังมีการประสานข้อมูลข่าวกรองระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อนำไปสู่การระบุเครือข่ายและสถานที่ต้องสงสัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนต่อ

ผลปฏิบัติการร่วม

  • การสกัดกั้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล: Meta ระบุว่าได้ปิดบัญชี เพจ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ ขณะที่ Microsoft ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงราว 20,000 บัญชี
  • การบังคับใช้กฎหมาย: สตช.จับกุมผู้ต้องสงสัย 63 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวง
  • การอายัดสินทรัพย์ดิจิทัล: Coinbase ระบุว่าได้อายัดคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 3 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม
  • การตัดโครงข่ายสื่อสาร: Starlink ยุติการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายพันชุดที่พบความเชื่อมโยงกับการใช้งานผิดกฎหมาย
  • ยกระดับข่าวกรอง: การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานช่วยระบุโครงสร้างเครือข่ายหลอกลวงเพิ่มเติม และส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการ

ปฏิบัติการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ภายใต้หน่วย “Scam Center Strike Force” ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ โดยมีการประสานงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ รวมถึงการทำงานร่วมกันในกรุงเทพฯ และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า เครือข่ายมิจฉาชีพมักใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ทั้งการลงทุนหลอกลวง (investment scam), โรแมนซ์สแกม (romance scam) และการฉ้อโกงรูปแบบอื่น โดยมีการดำเนินงานข้ามประเทศและข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการสกัดกั้น

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า นี่เป็นปฏิบัติการร่วมครั้งที่ 3 กับ Meta และหน่วยงานต่างประเทศ การหลอกลวงข้ามชาติไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และจำเป็นต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่อง

ด้าน คริส ซอนเดอร์บี รองประธานและรองที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป Meta ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งรวมถึงการลบบัญชีมากกว่า 1 ล้านบัญชี การจับกุมผู้ต้องสงสัย และการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรม

ปัจจุบัน มิจฉาชีพออนไลน์มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา โดยมักใช้หลายแอปพลิเคชันและหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ การรับมือกับความท้าทายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต สถาบันการเงิน ภาครัฐ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก 

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าเครือข่ายหลอกลวงมีการปรับรูปแบบตลอดเวลา และการรับมือจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มเทคโนโลยี สถาบันการเงิน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง