วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนสตาร์ทอัพสุขภาพสหรัฐ รับดีมานด์สังคมสูงวัย

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนสตาร์ทอัพสุขภาพสหรัฐ รับดีมานด์สังคมสูงวัย

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women's Health ลงทุนใน "Osteoboost" จากสหรัฐฯ เปิดทาง wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ FDA รับรอง ชะลอการลดมวลกระดูก รับดีมานด์สังคมสูงวัย

ตลาดเทคโนโลยีสุขภาพสำหรับผู้หญิง (Women’s Health Tech) ได้รับความสนใจมากขึ้นตามแนวโน้มสังคมสูงวัยและจำนวนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

หนึ่งในกลุ่มนวัตกรรมที่ถูกจับตาคืออุปกรณ์สวมใส่ทางการแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพกระดูก ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชะลอการสูญเสียมวลกระดูกและลดความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนในระยะยาว

ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) และภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) กำลังเป็นปัญหาสุขภาพที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ ท่ามกลางแนวโน้มการเข้าสู่สังคมสูงวัยและจำนวนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนสตาร์ทอัพสุขภาพสหรัฐ รับดีมานด์สังคมสูงวัย

นายกระทิง พูนผล ประธานกองทุน Disrupt Health Impact Fund กองทุน 500 TukTuks Fund และ ORZON Ventures เผยว่า กองทุน Disrupt Health Impact Fund เข้าไปลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพด้าน Women’s Health Tech จากสหรัฐ ผู้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ทางการแพทย์สำหรับชะลอการสูญเสียมวลกระดูก ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

เรากำลังเฟ้นหานวัตกรรม DeepTech ระดับโลกที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่ยังไม่มีทางออกที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง โดยเฉพาะกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย

ข้อมูลจากองค์การโรคกระดูกพรุนสากล (International Osteoporosis Foundation: IOF) ระบุว่า ผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปทั่วโลกมีอัตราการเป็นโรคกระดูกพรุน 21.2% หรือคิดเป็นผู้ได้รับผลกระทบราว 500 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอาจทำให้สูญเสียมวลกระดูกได้ถึง 20% ภายในช่วง 5-7 ปี ก่อนและหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้ ข้อมูลของ IOF ยังระบุว่า 75% ของผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักเป็นผู้หญิง โดยอัตราการเสียชีวิตภายในปีแรกหลังเกิดภาวะกระดูกสะโพกหักอยู่ที่ 20-24% ขณะที่ผู้รอดชีวิตกว่า 40% ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง และอีก 60% ต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวัน

IOF คาดการณ์ว่า ภายในปี 2593 จำนวนผู้หญิงที่มีกระดูกสะโพกหักทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 240% เมื่อเทียบกับปี 2533 สะท้อนผลกระทบจากการขยายตัวของสังคมสูงวัย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

 

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนสตาร์ทอัพสุขภาพสหรัฐ รับดีมานด์สังคมสูงวัย

ด้าน นางสาวณรัณภัสสร์ ฐิติพัทธกุล ผู้บริหารกองทุน Disrupt Health Impact Fund กล่าวว่า ปัจจุบันทางเลือกในการดูแลผู้ที่มีภาวะกระดูกบางยังมีจำกัด ส่วนใหญ่เป็นการรับประทานวิตามินดี แคลเซียม และการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก ขณะที่ยารักษาหลายชนิดถูกใช้กับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนหรือกลุ่มเสี่ยงสูง ทำให้ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อยู่ในช่วงภาวะกระดูกบางมีทางเลือกในการดูแลและป้องกันโรคค่อนข้างจำกัด

การลงทุนใน Osteoboost ครั้งนี้สะท้อนทิศทางของกองทุน Disrupt Health Impact Fund ในการเฟ้นหานวัตกรรมระดับโลกที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน และตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่ยังไม่มีทางออก จุดแข็งของ Osteoboost คือการเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ตัวเดียวที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA รับรอง

อุปกรณ์ดังกล่าวใช้เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy หรือการบำบัดด้วยคลื่นสั่นสะเทือนแบบแม่นยำ บริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูกสูงในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยมีเซ็นเซอร์สำหรับควบคุมระดับการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมต่อการใช้งาน

เทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการชะลอการสูญเสียมวลกระดูกของนักบินอวกาศในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง และสามารถใช้งานได้โดยสวมใส่อุปกรณ์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที โดยไม่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมประจำวัน

Disrupt Health Impact Fund ลงทุนสตาร์ทอัพสุขภาพสหรัฐ รับดีมานด์สังคมสูงวัย

นางลอร่า ยีซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Osteoboost กล่าวว่า ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้รับการศึกษาทางคลินิกแบบ Randomized Double-Blinded Sham-Controlled Trial โดยคณะนักวิจัยจาก University of Nebraska Medical Center ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน 126 ราย

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ใช้อุปกรณ์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 12 เดือน สามารถลดอัตราการสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังได้ 83% ลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังได้ 85% และลดการสูญเสียมวลกระดูกบริเวณสะโพกได้ 55% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรงจากการใช้งาน

ปัจจุบัน Osteoboost วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ภายใต้การสั่งใช้โดยแพทย์ และมียอดจำหน่ายมากกว่า 2,000 เครื่องภายในเวลาไม่กี่เดือนหลังเปิดตัว

ความร่วมมือกับกองทุน Disrupt Health Impact Fund ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับ Osteoboost ในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ และมีจำนวนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ภารกิจของOsteoboost คือการสร้างทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลสุขภาพกระดูกที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และไม่ต้องพึ่งยาอย่างเดียว

Disrupt Health Impact Fund ระบุว่า มีแผนการลงทุนเบื้องต้นราว 17-50 ล้านบาทต่อบริษัท และตั้งเป้าลงทุนในนวัตกรรม DeepTech ด้านสุขภาพจำนวน 15 บริษัทภายในระยะเวลา 3-5 ปี

ครอบคลุมกลุ่มการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง เวชศาสตร์ป้องกันโรค การดูแลผู้สูงวัย การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และโรงพยาบาลอัจฉริยะ โดยมุ่งเน้นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วหรืออยู่ระหว่างกระบวนการวิจัยทางคลินิกเพื่อขอการรับรองจาก FDA