เมื่อ "สมาร์ตโฟน" กลายเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต "ความปลอดภัย" และ "ความเป็นส่วนตัว" จึงถูกยกระดับเป็นโจทย์สำคัญ
สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการทำงาน การสื่อสาร การทำธุรกรรมทางการเงิน และการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ส่งผลให้ประเด็นด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้รับความสนใจมากขึ้นจากผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล
ซัมซุง ระบุว่า ได้พัฒนาฟีเจอร์ด้าน Security และ Privacy บน Galaxy S26 Series โดยครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบรักษาความปลอดภัยภายในอีโคซิสเต็ม Galaxy เพื่อรองรับการปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานในหลายมิติ
หนึ่งในฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ “Privacy Display” บน Samsung Galaxy S26 Ultra ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดการมองเห็นข้อมูลบนหน้าจอจากบุคคลรอบข้าง
โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ร้านกาแฟ หรือระหว่างการเดินทาง ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอ่านข้อมูลส่วนบุคคล การทำธุรกรรม หรือการใช้งานด้านงานเอกสาร
ด้านความปลอดภัยของเครือข่าย เพิ่มการจำกัดหรือปิดการเชื่อมต่อเครือข่าย 2G เป็นค่าเริ่มต้นใน Galaxy S26 Series ที่ทำงานบน One UI 8.5 เพื่อลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายรุ่นเก่าซึ่งมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย และอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการดักจับข้อมูลหรือการโจมตีทางไซเบอร์
สำหรับสมาร์ตโฟน Galaxy รุ่นอื่น ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกเปิดหรือปิดการตั้งค่าดังกล่าวได้ โดยบริษัทมีแผนขยายการตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้นในอุปกรณ์รุ่นอื่นเพิ่มเติมในอนาคต
นอกจากนี้ เพิ่มฟีเจอร์ “Auto Blocker” ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแอปพลิเคชัน ไฟล์ หรือการเชื่อมต่อที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยครอบคลุมการจำกัดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่ได้รับการยืนยัน การดูแลความปลอดภัยของการเชื่อมต่อผ่าน USB รวมถึงการตรวจจับพฤติกรรมของแอปที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบ
ฟีเจอร์ดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงจากไฟล์หรือข้อความที่อาจแฝงอันตรายระหว่างการรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถูกนำมาใช้บน Galaxy S26 Series คือ “Call Screening” หรือระบบคัดกรองสายเรียกเข้าด้วยผู้ช่วย AI ภาษาไทย
โดย AI สามารถรับสายแทนผู้ใช้งาน พร้อมสอบถามชื่อและวัตถุประสงค์ของผู้โทรแบบเรียลไทม์ ก่อนให้เจ้าของเครื่องตัดสินใจว่าจะรับสายหรือไม่
แนวคิดการออกแบบต้องการช่วยลดความเสี่ยงจากสายสแปม สายมิจฉาชีพ และการโทรรบกวน โดยรองรับการใช้งานมากกว่า 22 ภาษา รวมถึงภาษาไทย
ในระดับโครงสร้างความปลอดภัยของอุปกรณ์ ยังคงใช้ Samsung Knox และ Samsung Knox Vault เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญภายในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลทางการเงิน ผ่านการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่เฉพาะที่แยกออกจากระบบส่วนอื่นของอุปกรณ์
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวอื่น ๆ เช่น Private Album บน One UI 8.5 การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัยนานสูงสุด 7 ปีสำหรับสมาร์ตโฟนเรือธง รวมถึงการประมวลผลข้อมูลของ Galaxy AI บนอุปกรณ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลระหว่างการใช้งาน

