วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ดีอีกางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ถูกกฎหมายทุกขั้นตอน จ่อคลอดเฟส 2 อีก 5 ล้านสิทธิ งบ 900 ล้านบาท

ดีอีกางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ถูกกฎหมายทุกขั้นตอน จ่อคลอดเฟส 2 อีก 5 ล้านสิทธิ งบ 900 ล้านบาท

“ดีอี” เปิดไทม์ไลน์ละเอียดโครงการ TH-AI Passport ตั้งแต่รับนโยบาย-อนุมัติงบ-เปิดประมูล e-bidding ยันลงนามสัญญา ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าเฟส 2 ปี 2570 เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ มุ่งยกระดับ AI Adoption ของประเทศ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดไทม์ไลน์โครงการ “TH-AI Passport” อย่างละเอียด หลังสังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการดำเนินโครงการและการจัดซื้อจัดจ้าง โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ระเบียบกรมบัญชีกลาง และพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเดินหน้าเฟส 2 ในปี 2570 เพื่อขยายสิทธิการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ AI ให้คนไทยเพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการดำเนิน “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport)” ร่วมกับนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)

นายพชร ระบุว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI ของประชาชน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 5.91 ล้านล้านบาท และกำลังกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจหลักของประเทศในอนาคต

กระทรวงดีอีมองว่า AI จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะบุคลากร ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามนโยบาย Upskill-Reskill ที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีกำหนดไว้

ดีอีกางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ถูกกฎหมายทุกขั้นตอน จ่อคลอดเฟส 2 อีก 5 ล้านสิทธิ งบ 900 ล้านบาท

 

สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินโครงการ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันรับมอบนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงดีอี จากนั้น สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการจัดทำรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของกระทรวงดีอี ซึ่งมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568

หลังจากนั้น วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงดีอีได้นำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอนุมัติโครงการ พร้อมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจรับทราบ โดยมีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วม อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักนายกรัฐมนตรี

ปลัดกระทรวงดีอี ย้ำว่า โครงการนี้ใช้งบจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ จึงไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่ดำเนินการภายใต้กรอบของ พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 โดยเฉพาะมาตรา 23 และมาตรา 26 ที่ให้อำนาจกองทุนในการสนับสนุนโครงการด้านดิจิทัลและการพัฒนาศักยภาพประเทศ

ดีอีกางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ถูกกฎหมายทุกขั้นตอน จ่อคลอดเฟส 2 อีก 5 ล้านสิทธิ งบ 900 ล้านบาท

 

ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระทรวงดีอียืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมบัญชีกลางทุกขั้นตอน โดยใช้ วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างชัดเจน ได้แก่ การประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 การเปิดรับฟังความคิดเห็น TOR ระหว่างวันที่ 15-22 ธันวาคม 2568 การประกาศเชิญชวนวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ถึง 26 มกราคม 2569 และเปิดให้เสนอราคาในวันที่ 27 มกราคม 2569

จากนั้นมีการประกาศผู้ชนะพร้อมระยะเวลาอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 11 มีนาคม 2569 ก่อนลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมเสนอราคา 3 กลุ่ม โดยผู้ชนะคือ “กิจการค้าร่วมทีเอช” เสนอราคา 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางประมาณ 1.76% จากกรอบงบประมาณ 1,650 ล้านบาท

ดีอีกางไทม์ไลน์ TH-AI Passport ถูกกฎหมายทุกขั้นตอน จ่อคลอดเฟส 2 อีก 5 ล้านสิทธิ งบ 900 ล้านบาท

กระทรวงดีอีชี้แจงเพิ่มเติมว่า ขอบเขตงานของโครงการไม่ได้เป็นเพียงการจัดซื้อสิทธิใช้งาน AI แต่ยังครอบคลุมการทดสอบก่อนและหลังใช้งาน การอบรม การจัด Boot Camp การแข่งขันด้าน AI และกิจกรรมสร้างการรับรู้สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของเงื่อนไขด้านประชาสัมพันธ์ใน TOR นั้น ไม่ได้กำหนดให้ใช้เพียงสื่อจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ แต่เปิดกว้างให้ประชาสัมพันธ์ผ่านหลายช่องทาง ทั้งวิดีโอ คลิปสั้น อินโฟกราฟิก และสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนจำนวนมาก โดยกำหนดเป้าหมาย Reach ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีการอบรมผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่งทั่วประเทศ และจัดกิจกรรม Boot Camp ใน 4 ภูมิภาค รองรับผู้เข้าร่วมรวมกว่า 4,000 คน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ AI ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการนำข้อมูลการใช้งาน AI ที่ผ่านการปกปิดตัวตนแล้ว มาต่อยอดในโครงการ ThaiLLM เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทย และผลักดันสู่การสร้าง “National AI” ของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ TH-AI Passport ระยะแรก กระทรวงดีอีได้จัดหา Generative AI ระดับ Pro/Premium จาก 14 บริษัท รวม 24 โมเดล เช่น ChatGPT, Gemini, Claude, Grok และ Typhoon จำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้งานได้นาน 12 เดือน โดยมีต้นทุนเฉลี่ยเพียงประมาณ 27.5 บาทต่อเดือนต่อสิทธิ ต่ำกว่าราคาสมาชิกทั่วไปที่เฉลี่ยราว 600 บาทต่อเดือน

กระทรวงดีอีตั้งเป้ายกระดับอัตราการใช้งาน AI ของประเทศ หรือ AI Adoption Rate ให้เพิ่มเป็น 20% ภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 10.7% ในปี 2568 เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอียังเตรียมเดินหน้า TH-AI Passport เฟส 2 แล้ว โดยวางกรอบใช้งบกลางปี 2570 มูลค่า 900 ล้านบาท เพื่อขยายสิทธิใช้งาน AI เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ และคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมปีหน้า ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเร่งสร้างกำลังคนดิจิทัล และวางรากฐานประเทศไทยสู่ยุค National AI อย่างเต็มรูปแบบ