วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ยอดดาวน์โหลด DuckDuckGo พุ่ง 30% หลัง Google เปลี่ยนการค้นหาให้ AI ตอบแทน

ยอดดาวน์โหลด DuckDuckGo พุ่ง 30% หลัง Google เปลี่ยนการค้นหาให้ AI ตอบแทน

หลายคนคงคุ้นเคยกับการกดค้นหาใน กูเกิล (Google) แล้วได้รายการลิงก์เว็บไซต์มาให้เลือกคลิก แต่หลังงาน Google I/O ปี 2569 ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท กูเกิลประกาศว่า ระบบนั้นกำลังจะหมดไป แทนที่ด้วยเอไอที่จะ “ตอบ” แทนการ “แสดงลิงก์” โดยเอไอจะสรุปคำตอบให้เลย ทำงานแทนผู้ใช้ได้ และยังรันโปรแกรมเบื้องหลังโดยอัตโนมัติโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องสั่ง

ปัญหาที่ตามมาคือ ระบบใหม่นี้ไม่มีปุ่มให้ปิดเอไอ ใครที่อยากได้ผลการค้นหาแบบเดิมก็ทำไม่ได้อีกต่อไป มีรายงานว่า เอไอให้ข้อมูลผิดพลาดในหลายกรณี และการค้นหาคำง่ายๆ บางคำกลับให้ผลลัพธ์ที่ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น 

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิจารณ์จากเจ้าของเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ว่าเมื่อเอไอสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้เลย คนก็ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บอีกทำให้กระทบกับรายได้โดยตรง

ผลที่ตามมาคือ ผู้ใช้จำนวนหนึ่งหันไปหา DuckDuckGo เสิร์ชเอนจิ้นที่เน้นความเป็นส่วนตัวและให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้เอไอหรือไม่ 

ตัวเลขที่ DuckDuckGo เปิดเผยระหว่างวันที่ 20 - 25 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่า ยอดดาวน์โหลดแอปในสหรัฐเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.1% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และพุ่งสูงสุดที่ 30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม บน iPhone ตัวเลขสูงกว่านั้น โดยมีวันที่พุ่งไปถึง 69.9% ตัวเลขเหล่านี้ยืนอยู่ได้ 6 วันติดกัน แม้แต่ในช่วงวันหยุด Memorial Day ที่ปกติยอดผู้ใช้จะลดลง

DuckDuckGo เป็นเครื่องมือค้นหาทางอินเทอร์เน็ตเหมือนกูเกิล แต่จุดขายหลักคือ “ความเป็นส่วนตัว” บริษัทไม่เก็บประวัติการค้นหา ไม่จดจำพฤติกรรมผู้ใช้เพื่อยิงโฆษณา และไม่นำข้อมูลไปฝึกเอไอผู้ใช้ค้นหาอะไรก็ตาม บริษัทบอกว่าไม่รู้และไม่เก็บ อีกจุดที่ต่างจากกูเกิลในตอนนี้คือ DuckDuckGo ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะเปิดหรือปิดฟีเจอร์เอไอ 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมานานหลายปีและเป็นทางเลือกที่โดดเด่นที่สุดในสหรัฐ แต่ DuckDuckGo มีส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่ 2% เท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกูเกิลทำสัญญากับผู้ผลิตโทรศัพท์และเบราว์เซอร์ต่างๆ ให้ตั้งกูเกิลเป็นเครื่องมือค้นหาตั้งต้นโดยอัตโนมัติ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เคยต้องเลือกหรือรู้จักทางเลือกอื่น 

กาเบรียล ไวน์เบิร์ก (Gabriel Weinberg) ซีอีโอของ DuckDuckGo ได้ให้การต่อศาลในคดีผูกขาดของกูเกิลในสหรัฐ เมื่อปี 2566 โดยหลังการประกาศของกูเกิล ไวน์เบิร์กออกแถลงการณ์ว่า “กูเกิลกำลังยัดเยียดเอไอให้ผู้ใช้โดยไม่มีทางออก และทำให้ผลการค้นหาแย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น” 

DuckDuckGo ยังมีหน้าค้นหาแบบไม่มีเอไอเลย ที่ noai.duckduckgo.com ซึ่งปิดทุกฟีเจอร์เอไอตั้งแต่ต้น หน้านี้มียอดเข้าชมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 22.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ DuckDuckGoก็มีเอไอเป็นของตัวเอง เรียกว่า Duck.ai ให้เลือกใช้โมเดลจากหลายบริษัท ทั้ง Claude 4.5 Haiku ของ Anthropic, Llama 4 Scout ของ Meta, Mistral Small 3 24B และ GPT-5 mini ของ OpenAI โดยไม่ต้องสมัครบัญชี ใช้ฟรี และยังลบ IP ของผู้ใช้ออกก่อนส่งคำถามไปยังบริษัทเอไอต้นทาง 

คามิล บาซแบซ (Kamyl Bazbaz) หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของบริษัทบอกว่าฟีเจอร์เอไอของ DuckDuckGo เองก็อยู่ในกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ใช้ไม่ได้ปฏิเสธเอไอทั้งหมด แต่แค่อยากเลือกเองว่าจะใช้เมื่อไหร่ บาซแบซ สรุปสั้นๆ ว่า “คนแค่อยากมีตัวเลือก” 

อ้างอิง: Techcrunch CNBC TV และ BIMC Media