วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

Canva รุกตลาดไทยผ่าน ‘เต๋อ-นวพล’ เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปตัดต่อวิดีโอด้วยเอไอ

Canva รุกตลาดไทยผ่าน ‘เต๋อ-นวพล’ เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปตัดต่อวิดีโอด้วยเอไอ

Canva เปิดแคมเปญแรกในไทยร่วมกับ ‘เต๋อ-นวพล’ ชูเครื่องมือตัดต่อวิดีโอด้วยเอไอ พร้อมเปิดให้ผู้ใช้งานนำฟุตเทจเบื้องหลังการถ่ายทำมาทดลองรีมิกซ์และสร้างคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น แม้ไม่มีทักษะระดับมืออาชีพ

Canva แพลตฟอร์มออกแบบและสื่อสารด้วยภาพจากออสเตรเลีย เปิดตัวแคมเปญ “Canva - ใครๆ ก็ Can ว่ะ” ซึ่งถือเป็นแคมเปญการตลาดครั้งแรกในประเทศไทย โดยหยิบประเด็นการเข้าถึงงานสร้างสรรค์มาเป็นแกนสำคัญของการสื่อสารแบรนด์

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคอนเทนต์ออนไลน์กำลังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะวิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้ความต้องการเครื่องมือสร้างสื่อแบบใช้งานง่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกัน เอไอก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตงาน ตั้งแต่การออกแบบภาพ การเขียนข้อความ ไปจนถึงการตัดต่อวิดีโอ

Canva เลือกจับมือกับ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หรือ “เต๋อ-นวพล” ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีผลงานอย่าง ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ และ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดของแคมเปญผ่านหนังโฆษณาที่เล่าเรื่องการทำงานในเอเจนซีโฆษณา ซึ่งทีมงานกำลังเผชิญกับการแก้งานซ้ำไปมา ก่อนที่คนธรรมดารอบตัวอย่างไรเดอร์ รปภ. และแม่บ้าน จะเข้ามาช่วยตัดต่อวิดีโอผ่าน Canva

ภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Canva กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีวัฒนธรรมการสื่อสารผ่านดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้วิดีโอและโซเชียลมีเดียในการเล่าเรื่อง บริษัทจึงมองเห็นศักยภาพของผู้ใช้งานไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์จำนวนมาก แต่บางส่วนอาจยังติดข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือและทักษะทางเทคนิค

ดังนั้น เป้าหมายของ Canva คือการทำให้การออกแบบและการสร้างคอนเทนต์เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ประกอบการ หรือคนทั่วไปที่ต้องการสื่อสารไอเดียของตัวเอง

หนึ่งในจุดสำคัญของแคมเปญคือ การเปิดให้ผู้ใช้นำฟุตเทจเบื้องหลังการถ่ายทำของ นวพล ไปทดลองตัดต่อและสร้างวิดีโอในมุมมองของตัวเองผ่าน Canva Video Editor และเครื่องมือเอไอของแพลตฟอร์ม

นวพล กล่าวว่า เทคโนโลยีลักษณะนี้ทำให้เห็นวิธีคิดและภาษาการเล่าเรื่องของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคนที่ไม่ได้ทำงานสายภาพยนตร์โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าปัจจุบันการตัดต่อวิดีโอไม่ใช่ทักษะที่จำกัดอยู่เฉพาะคนในวิชาชีพอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวของ Canva ยังสะท้อนการแข่งขันในตลาดซอฟต์แวร์สร้างคอนเทนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเอไอ หลายบริษัทเทคโนโลยีเริ่มพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เช่น การสร้างเทมเพลตอัตโนมัติ การช่วยจัดวางองค์ประกอบภาพ หรือการสร้างวิดีโอจากข้อความ เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานจากกลุ่มมืออาชีพไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป

ปัจจุบัน Canva ขยายบริการจากแพลตฟอร์มออกแบบภาพนิ่งไปสู่เครื่องมือด้านเอกสาร งานนำเสนอ การทำงานร่วมกันออนไลน์ และวิดีโอคอนเทนต์ โดยมีฟีเจอร์อย่าง Magic Video ที่ใช้เอไอช่วยตัดต่อวิดีโอ และ Canva Offline ที่รองรับการทำงานแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต

ก่อนหน้านี้ Canva ยังประกาศความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขยายการเข้าถึง Canva for Education ฟรีให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ โดยบริษัทระบุว่าครอบคลุมนักเรียนและครูกว่า 6 ล้านคน