หลายองค์กรเริ่มนำ AI เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่การขยายผลจากโครงการทดลองสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร ยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และความพร้อมของบุคลากร
AI กลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มมองหาแนวทางนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้องค์กรจำนวนมากเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่หลายโครงการยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานหรือพิสูจน์แนวคิด และยังไม่สามารถขยายผลไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้ โดยข้อจำกัดสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพร้อมขององค์กรในการเชื่อม AI เข้ากับระบบ ข้อมูล และกระบวนการทำงานเดิม
โอเพ่น-เทค ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในเครื่อทีซีซี เทคโนโลยี กรุ๊ป ระบุว่า การนำ AI ไปใช้ในระดับองค์กรแตกต่างจากการทดลองใช้เครื่องมือทั่วไปอย่างชัดเจน
เพราะเมื่อเข้าสู่การใช้งานจริง AI จะต้องทำงานร่วมกับข้อมูลภายใน ระบบธุรกิจ กระบวนการปฏิบัติงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์กร หากรากฐานเหล่านี้ยังไม่พร้อม แม้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพสูงเพียงใด ผลลัพธ์ทางธุรกิจก็อาจไม่เกิดขึ้นตามที่คาดหวัง
‘ข้อมูล’ หัวใจสำคัญของ AI
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ “ข้อมูล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ AI ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ การทำงานอัตโนมัติ หรือการประยุกต์ใช้ Generative AI คุณภาพของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลโดยตรง หลายองค์กรมีข้อมูลจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลเหล่านั้นพร้อมใช้งานเสมอไป
ทั้งนี้ ความท้าทายที่พบได้บ่อยคือข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน หรือยังไม่มีมาตรฐานร่วมกัน ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลและนำไปใช้จริงทำได้ยากกว่าที่คาด
ดังนั้น คำถามหลักที่ควรร่วมกันหาคำตอบคือ ข้อมูลสำคัญขององค์กรอยู่ที่ใด สามารถเข้าถึงได้สะดวกหรือไม่ ข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพียงใด รวมถึงมีโครงสร้างที่พร้อมต่อการวิเคราะห์หรือยัง
ขณะเดียวกัน หลายองค์กรพบว่าความท้าทายของการทำ AI ไม่ได้อยู่ที่การเริ่มต้นสร้างแบบจำลอง แต่อยู่ที่การเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการใช้งานจริงมากกว่า
อีกปัจจัยสำคัญคือ “โครงสร้างพื้นฐาน” เนื่องจากภาระงานของ AI แตกต่างจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบดั้งเดิม ทั้งด้านปริมาณข้อมูล การประมวลผล และความยืดหยุ่นในการขยายระบบ
ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก การประมวลผลแบบเรียลไทม์ หรือระบบที่ต้องตอบสนองรวดเร็วล้วนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้ทั้งด้านประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย และความสามารถในการขยายตัวในอนาคต องค์กรจึงควรประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด มีความยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับการเติบโตในระยะยาวหรือไม่ รวมถึงสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการขยายระบบ
ดังนั้น การวางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นระบบคลาวด์ ระบบผสมผสาน หรือโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง จะช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้งาน AI ไปสู่ระดับปฏิบัติการจริงได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
‘กรอบ’ ต้องชัดเจนตั้งแต่ต้น
ด้าน “ความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล” เป็นอีกประเด็นที่หลายองค์กรให้ความสำคัญมากขึ้น เมื่อ AI เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในองค์กร เรื่องของการกำกับดูแลและความปลอดภัยจะกลายเป็นประเด็นสำคัญทันที
วันนี้ความท้าทายที่หลายองค์กรกำลังเผชิญคือสามารถเริ่มทดลองใช้ AI ได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่มีกรอบการใช้งานที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในด้านการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ หรือประเด็นด้านข้อกำหนดและการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
องค์กรจึงต้องกำหนดกรอบการใช้งานที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นคือ ใครเป็นเจ้าของข้อมูล ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละประเภทได้บ้าง ข้อมูลประเภทใดสามารถนำไปใช้กับ AI ได้ และมีระบบตรวจสอบย้อนหลังหรือไม่ การมีกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสมไม่ได้ทำให้นวัตกรรมเดินช้าลง แต่ช่วยให้องค์กรสามารถขยายการใช้งาน AI ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น หนึ่งใน
‘บุคลากร’ ฟันเฟืองสู่ความสำเร็จ
ขณะเดียวกัน “ความพร้อมของบุคลากรและกระบวนการทำงาน” ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการนำ AI ไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายเทคโนโลยี
หลายครั้งที่โครงการไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี แต่เกิดจากการขาดเป้าหมายร่วมกัน หรือไม่มีตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
องค์กรจึงควรพิจารณาว่าการใช้งาน AI ที่เลือกนั้นตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจจริงหรือไม่ มีผู้รับผิดชอบหลักที่สามารถขับเคลื่อนโครงการได้หรือไม่ และทีมงานเข้าใจว่ากระบวนการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เมื่อบุคลากรและกระบวนการมีความพร้อม AI จะไม่ใช่เพียงโครงการทดลอง แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานจริงในองค์กร
โอเพ่น-เทค มองว่า แนวทางที่ช่วยให้การใช้งาน AI สร้างผลลัพธ์ได้จริง คือการเริ่มจากกรณีใช้งานที่สามารถสร้างคุณค่าทางธุรกิจในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หรือการสนับสนุนการตัดสินใจจากข้อมูล ก่อนต่อยอดไปสู่การวางโครงสร้างข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และแนวทางกำกับดูแลเพื่อรองรับการขยายตัวในระดับองค์กร
AI กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ องค์กรที่สามารถวางรากฐานด้านข้อมูล ระบบ ความปลอดภัย และบุคลากรได้อย่างเหมาะสม จะมีโอกาสต่อยอด AI จากโครงการทดลองไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

