วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ดีอี' จ่อเปิดตัว AI Passport เปิดลงทะเบียนมิ.ย.นี้ เคาะ 5 ล้านสิทธิ์ หนุนคนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี

'ดีอี' จ่อเปิดตัว AI Passport เปิดลงทะเบียนมิ.ย.นี้ เคาะ 5 ล้านสิทธิ์ หนุนคนไทยใช้ AI ตัวดังฟรี

รายงานข่าวจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเตรียมเดินหน้าโครงการ AI Passport เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไทยเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกได้ฟรี ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมบริการ Generative AI ชั้นนำประมาณ 15 รายไว้ในระบบเดียว เช่น ChatGPT, Gemini และ Claude

โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) วงเงิน 1,600 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ใช้งาน 5 ล้านคน เป็นระยะเวลา 1 ปี

สำหรับโครงการ AI Passport ถูกออกแบบให้เป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันการสมัครใช้บริการ AI แบบรายแพลตฟอร์มมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยบางบริการมีค่าบริการระดับ 700-1,000 บาทต่อเดือน

โดยขณะที่โครงการนี้จะรวมเครื่องมือ AI หลายรายไว้ในระบบเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัดและลักษณะงาน โดยไม่ต้องสมัครแยกหลายบัญชี หรือแบกรับค่าใช้จ่ายเองเป็นรายแพลตฟอร์ม

ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้น ต้นทุนเฉลี่ยของโครงการอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับการสมัครใช้บริการ AI เชิงพาณิชย์ทั่วไป ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ AI ฟรี แต่เป็นการสร้างช่องทางให้คนไทยจำนวนมากเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การทำงาน การสร้างอาชีพ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ส่วนสิทธิ์ใช้งานจำนวน 5 ล้านสิทธิ์ จะไม่ใช่สิทธิ์แบบตายตัว แต่จะมีระบบบริหารจัดการสิทธิ์เพื่อให้เกิดการใช้งานจริง หากผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไม่เข้าใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสิทธิ์และนำไปจัดสรรให้ประชาชนรายอื่น เพื่อป้องกันการกักสิทธิ์โดยไม่เกิดประโยชน์ และทำให้โครงการสามารถกระจายโอกาสไปยังผู้ที่ต้องการใช้งานจริงได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง หรือบริการระดับ Pro ของเครื่องมือ AI บางประเภท จะต้องเรียนหลักสูตรออนไลน์ที่จัดไว้ในระบบก่อน เมื่อเรียนครบตามเงื่อนไขจึงจะได้รับโทเคน เพื่อนำไปปลดล็อกการใช้งาน AI ระดับสูง โดยรัฐบาลจะไม่เปิดให้ซื้อโทเคนเพิ่ม แต่ใช้การเรียนรู้เป็นเงื่อนไขหลัก เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนอัปสกิลและรีสกิลด้าน AI ไปพร้อมกับการใช้งานจริง ทั้งนี้ หลักสูตรจะมาจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Microsoft, Google, Samsung และพันธมิตรอื่นๆ โดยผู้เรียนจะได้รับใบรับรอง (Certificate) เพื่อนำไปต่อยอดด้านการเรียนและการทำงานในอนาคต

ด้านรูปแบบการใช้งาน ขณะนี้ได้คัดเลือกผู้รับจ้างพัฒนาระบบแล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบระบบเว็บไซต์ รวมถึงเตรียมเปิดใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

โดยหน้าจอของระบบจะมีลักษณะเป็นแดชบอร์ดกลาง ให้ผู้ใช้งานเลือกเครื่องมือ AI ที่ต้องการใช้จากรายการในระบบเดียว ผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกใช้เครื่องมือ AI แต่ละรายตามความถนัดและลักษณะงาน โดยอาจสลับใช้งานระหว่าง Generative AI แต่ละตัว หรือเครื่องมืออื่นๆ ได้จากหน้าจอเดียว

รายละเอียดเกี่ยวกับระบบโทเคนของโครงการ AI Passport เช่น การนำโทเคนที่ได้จากการเรียนไปใช้ร่วมกันได้ทุกแพลตฟอร์มหรือแยกตามบริการ AI แต่ละราย จะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ขณะที่กระทรวงดีอีเตรียมเปิดให้บริการทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากและลดความเสี่ยงระบบล่ม โดยโครงการมีแผนเปิดตัวในเดือน มิ.ย.69 หลังระบบมีความพร้อม เพื่อผลักดันให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้กว้างขึ้น ควบคู่กับการยกระดับทักษะดิจิทัลผ่านการเรียนรู้และการใช้งานจริงในระบบเดียว

นอกจากนี้ AI Passport ยังสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา National Super App หรือแพลตฟอร์มกลางของภาครัฐในอนาคต ซึ่งมีเป้าหมายลดความซ้ำซ้อนของแอปพลิเคชันภาครัฐ และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลของรัฐได้สะดวกขึ้น

โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงบริการสำคัญ เช่น ทางรัฐ, Thai ID และหมอพร้อม ให้ทำงานร่วมกันมากขึ้น แทนการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบแยกส่วนจนเกิดความซ้ำซ้อนทั้งด้านงบประมาณและประสบการณ์ใช้งานของประชาชน