วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ยิบอินซอย' เขย่าโครงสร้างรอบศตวรรษ เปิด 'ยิบอินซอย เน็กซ์' รับคลื่นดิจิทัล–AI

‘ยิบอินซอย’ ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ เปิดตัว “ยิบอินซอย เน็กซ์” รวบธุรกิจเทคโนโลยีไว้ภายใต้โครงสร้างใหม่ หวังเพิ่มความคล่องตัว รับคลื่น AI-ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน พร้อมเดินหน้าลงทุนต่อยอดสู่เทคโนโลยีการเกษตร-ไลฟ์สไตล์

มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด เผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญในรอบศตวรรษ  ด้วยการจัดตั้ง “บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด” เพื่อรวมกลุ่มธุรกิจด้าน Systems Integration, Enterprise Solutions และเทคโนโลยีดิจิทัลไว้ภายใต้โครงสร้างใหม่อย่างเป็นระบบ

การปรับโครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เสริมความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในระยะต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรต่างๆ กำลังเข้าสู่ยุค AI และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มยิบอินซอยในการก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ผ่านการปรับบทบาทและโครงสร้างการบริหารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อสร้างรากฐานใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล

ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ยิบอินซอยสามารถก้าวผ่านทั้งโอกาสและความท้าทายในทุกยุคสมัยได้ เพราะเราไม่เคยหยุดพัฒนาองค์กร ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบองค์กร แต่คือการออกแบบอนาคต เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง คล่องตัว และยั่งยืนในระยะยาว

ภายใต้โครงสร้างใหม่ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด จะทำหน้าที่ในฐานะโฮลดิ้งคอมพานี ดูแลทิศทางเชิงกลยุทธ์ การลงทุน และการบริหารพอร์ตธุรกิจของกลุ่มบริษัท ขณะที่ “ยิบอินซอย เน็กซ์” จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลเทคโนโลยีและบริการ Enterprise Solutions

โครงสร้างใหม่ยังช่วยให้ธุรกิจไอทีของกลุ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ผ่านการรวมศูนย์ความเชี่ยวชาญและการทำงานร่วมกันระหว่างทีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเพิ่มโฟกัสไปยังธุรกิจด้าน Sustainable Living และไลฟไตล์ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจหลักของยิบอินซอยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจไอที ธุรกิจพลังงานและการเกษตร และธุรกิจลิฟวิ่งและไลฟ์สไตล์

สำหรับทิศทางการลงทุนในฐานะโฮลดิ้งคอมพานี ยังคงให้น้ำหนักหลักกับธุรกิจไอที ขณะเดียวกันเตรียมขยายการลงทุนไปยังสตาร์ตอัป เทคโนโลยีการเกษตร เทคโนโลยีรองรับสังคมสูงวัย และการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์

'ยิบอินซอย' เขย่าโครงสร้างรอบศตวรรษ เปิด 'ยิบอินซอย เน็กซ์' รับคลื่นดิจิทัล–AI

ด้าน สุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็นองค์กรเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญ ความคล่องตัว และความเข้าใจธุรกิจลูกค้า

เราไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

ยิบอินซอย เน็กซ์ เกิดจากการรวมศักยภาพของธุรกิจเทคโนโลยีในกลุ่ม ทั้ง Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, Data & Analytics, Managed Services และ Enterprise Solutions เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรภาครัฐและเอกชนในยุค Trusted Digital Era

ปัจจุบัน บริษัทมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 1,500 คน และมีประสบการณ์จากโครงการขนาดใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน โทรคมนาคม พลังงาน การแพทย์ การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้การรวมบริษัทในเครือเข้าด้วยกันจะช่วยให้การทำงานมีความกระชับมากขึ้น สามารถบริหารทรัพยากรและต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างทีม โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมจากการสร้างซีเนอร์ยีในปีหน้า

ขณะเดียวกัน มองว่ายังมีโอกาสอีกมากในการต่อยอดรายได้จากโซลูชันเทคโนโลยี หลังจากที่ผ่านมาแข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการเอสไอให้กับภาครัฐ และเริ่มขยายสู่ภาคเอกชนมากขึ้นในช่วงหลัง

สำหรับทิศทางเทคโนโลยี บริษัทมองว่า AI จะเป็นหนึ่งในคลื่นสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ธุรกิจในระยะต่อไป โดยอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาทีมงาน สร้างบุคลากร และร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนายูสเคสด้าน AI อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความร่วมมือกับภาครัฐในโครงการ THAI LLMs

นอกเหนือจาก AI มองว่า Cybersecurity, Digital Sovereignty, AI Governance และ ESG จะเป็นประเด็นสำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญคือธุรกิจด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยบริษัทเริ่มเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในอนาคต หลังมีการคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีควอนตัมเชิงพาณิชย์อาจเกิดขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังมองเห็นโอกาสจากการลงทุนยกระดับระบบหลังบ้านขององค์กร การนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตลอดจนโอกาสจากธุรกิจเวอร์ชวลแบงก์และความต้องการลงทุนด้านไอทีของทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างเร่งปรับระบบองค์กรสู่ดิจิทัลมากขึ้น