วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เอคเซนเชอร์' ตีโจทย์ซีอีโอยุค AI 'Transformation' ไม่พอ ต้อง 'Reinvention'

'เอคเซนเชอร์' ตีโจทย์ซีอีโอยุค AI 'Transformation' ไม่พอ ต้อง 'Reinvention'

องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สงคราม ซัพพลายเชน และการมาถึงของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการแข่งขันทางธุรกิจ

ขณะที่องค์กรไทยเริ่มเผชิญโจทย์สำคัญว่า จะใช้ AI เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร ท่ามกลางข้อจำกัดด้านข้อมูล บุคลากร และระบบหลังบ้าน

ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์ว่า โลกธุรกิจปัจจุบันไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมเพื่อแก้ปัญหาใหม่ได้อีกต่อไป เพราะหลายปัจจัยอยู่นอกเหนือการควบคุม ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาวะเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วขึ้น

ในอดีตองค์กรจำนวนมากมักรอให้สถานการณ์นิ่งก่อนแล้วค่อยกำหนดทิศทางธุรกิจ แต่แนวทางดังกล่าวไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันอีกต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะใช้กระบวนการตัดสินใจแบบเดิม

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดสำคัญที่องค์กรทั่วโลกกำลังพูดถึงจึงไม่ใช่เพียง “Transformation” แต่คือ “Reinvention” หรือการคิดใหม่และออกแบบองค์กรใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่วิธีทำงาน กระบวนการตัดสินใจ ไปจนถึงโมเดลธุรกิจ

ปฐมากล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือเรื่อง “ความพร้อมของบุคลากร” ในการรับมือการเปลี่ยนแปลง โดยผลสำรวจของเอคเซนเชอร์จากองค์กรกว่า 7,000 แห่งทั่วโลก พบว่ามีเพียง 18% ที่มีแนวคิดและวัฒนธรรมองค์กรพร้อมต่อการทำ Reinvention อย่างแท้จริง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรอบการ “ปรับปรุง” วิธีทำงานเดิม มากกว่าการ “คิดใหม่” เพื่อรองรับบริบทการแข่งขันยุค AI

'เอคเซนเชอร์' ตีโจทย์ซีอีโอยุค AI 'Transformation' ไม่พอ ต้อง 'Reinvention'

‘4 คำถาม’ สำคัญที่ซีอีโอต้องตอบให้ได้

เธอกล่าวว่า การทำ Reinvention จำเป็นต้องเริ่มจากระดับผู้นำองค์กร โดยเฉพาะการตั้งคำถามสำคัญ 4 ข้อ เกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรในหลายด้าน ทั้งข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยไซเบอร์ และความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีในอนาคต

คำถามสำคัญข้อแรกคือ องค์กรมีข้อมูลที่พร้อมสำหรับการใช้ AI หรือไม่ เพราะข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญของการนำ AI ไปใช้ในระดับองค์กร หากข้อมูลยังแยกกระจัดกระจายหรือไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ การใช้ AI ก็จะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้เต็มประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน องค์กรยังต้องพิจารณาความพร้อมของระบบหลังบ้าน ว่าสามารถรองรับการขยายตัวและทำงานบนระบบคลาวด์ได้หรือไม่ รวมถึงความพร้อมด้าน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ท่ามกลางภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อีกประเด็นสำคัญคือ ระบบต่างๆ ถูกออกแบบให้รองรับเทคโนโลยีในอนาคตแล้วหรือยัง เพราะในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า โลกธุรกิจจะเผชิญเทคโนโลยีใหม่จำนวนมาก ทั้ง Quantum Computing, Space Technology, หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีวัสดุรูปแบบใหม่

รอดหรือร่วง ’ข้อมูล’ ตัวแปรพลิกเกม

ปฐมาวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มขยับจากการใช้ Generative AI แบบทั่วไป ไปสู่การพัฒนา AI Agent หรือ Agentic AI ที่สามารถทำงานเฉพาะทางได้มากขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล การเปรียบเทียบคู่แข่ง หรือการช่วยวางกลยุทธ์ธุรกิจ

อย่างไรก็ดี แนวคิดสำคัญของการใช้ AI คือ “Human in the Loop” หรือการให้มนุษย์ยังคงมีบทบาทในการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการกำกับดูแล

แม้ AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างเนื้อหาได้รวดเร็วขึ้น แต่บทบาทด้านการตัดสินใจและความคิดสร้างสรรค์ยังคงต้องอาศัยมนุษย์

ขณะเดียวกัน องค์กรจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะใหม่ให้บุคลากร โดยเฉพาะทักษะการทำงานร่วมกับ AI และการตั้งคำถามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลายองค์กรยังติดอยู่กับการใช้ AI ในระดับพื้นฐาน เช่น แชตบอต ขณะที่ความท้าทายสำคัญคือ การนำ AI ไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจจริง ทั้งด้านรายได้ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ลูกค้า

เธอยกตัวอย่างว่า ในช่วงเกิดวิกฤติจากสงครามตะวันออกกลาง หลายองค์กรใช้เวลาหลายสัปดาห์เพียงเพื่อค้นหาว่าสินค้าหรือวัตถุดิบอยู่จุดใดของซัพพลายเชน และใช้เวลาอีกหลายเดือนในการวางแผนแก้ปัญหา แต่บริษัทที่มีระบบข้อมูลหลังบ้านที่พร้อมและสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลได้ จะตอบสนองต่อปัญหาได้เร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า “Digital Core” หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระบบดิจิทัล กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กรยุคใหม่

'เอคเซนเชอร์' ตีโจทย์ซีอีโอยุค AI 'Transformation' ไม่พอ ต้อง 'Reinvention'

แนะไทยเร่งพัฒนาคน–ปลดล็อกข้อมูล

สำหรับประเทศไทย หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือ ข้อมูลยังอยู่ในลักษณะ “ไซโล” หรือกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ร่วมกันได้เต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้นแนวคิดสำคัญคือ “เชื่อม แชร์ ใช้” โดยการบริหารข้อมูลในอนาคตไม่จำเป็นต้องรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงและเรียกใช้ข้อมูลร่วมกันได้ เพื่อสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจและการตัดสินใจ

การตัดสินใจในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและมีคุณภาพ มากกว่าการใช้ข้อมูลเก่าเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ใหม่ เพราะบริบททางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ดีขึ้น ก็จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ เช่น การเข้าถึงสินเชื่อของแรงงานอิสระหรือผู้ประกอบการรายย่อย ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมและข้อมูลรายได้จริง แทนการอ้างอิงเอกสารทางการเงินแบบเดิมเพียงอย่างเดียว

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือ บทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางบริการระดับโลก โดยปัจจุบันเอคเซนเชอร์มีศูนย์ Intelligent Operations Center ในประเทศไทย ซึ่งให้บริการลูกค้าระดับโลกในหลายภาษา ครอบคลุมงานด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล การตลาด และการจัดซื้อจัดจ้าง ฯลฯ

ปฐมากล่าวว่า จุดแข็งของไทยคือศักยภาพด้านบุคลากร หากได้รับการพัฒนาทักษะที่เหมาะสม ก็สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคได้

สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือ การพัฒนาทักษะด้าน AI, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ และเทคโนโลยีใหม่ให้กับบุคลากรไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในระยะยาว

พร้อมระบุว่า การทำ Reinvention จะไม่เกิดขึ้นได้ หากองค์กรยังใช้ตัวชี้วัดแบบเดิม องค์กรจำเป็นต้องกำหนด KPI ใหม่ที่วัดผลลัพธ์ทางธุรกิจ ประสิทธิภาพ และความสามารถในการสร้างรายได้ มากกว่าการวัดเพียงจำนวนคนที่ผ่านการอบรม

ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ องค์กรจำเป็นต้องออกแบบอนาคตของตัวเองล่วงหน้า แทนการรอให้สถานการณ์กลับมานิ่งเหมือนในอดีต เพราะความเร็วในการปรับตัวจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันในยุค AI ต่อไป