วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ฮีเลียมขาด - ค่าขนส่งพุ่ง สงครามอิหร่านฉุดซัพพลายเชนชิปโลก ขณะ AI ยังหนุนตลาด

ฮีเลียมขาด - ค่าขนส่งพุ่ง สงครามอิหร่านฉุดซัพพลายเชนชิปโลก ขณะ AI ยังหนุนตลาด

ช่วงฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยี นักลงทุนจำนวนมากยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเอไอ โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เริ่มออกมาเตือนว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านกำลังสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิต

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และทำให้เส้นทางการขนส่งสินค้ารวมถึงวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเริ่มได้รับผลกระทบ 

หนึ่งในปัญหาที่บริษัทผู้ผลิตชิปกำลังกังวลคือ ความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในกระบวนการผลิตชิป โดยเฉพาะก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่จำเป็นอย่างมากในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพของการผลิตพลังงานและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาค ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบหลายชนิดที่อุตสาหกรรมชิปต้องใช้

บริษัทผลิตชิปและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายแห่งได้กล่าวถึงผลกระทบดังกล่าวในการประกาศผลประกอบการรอบล่าสุด

Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC ผู้ผลิตชิปจากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปให้กับบริษัทเอไอรายสำคัญอย่าง Nvidia ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท เนื่องจากราคาสารเคมีและก๊าซบางชนิดที่ใช้ในการผลิตชิปมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่ Foxconn บริษัทผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งผลิตสินค้าหลากหลายประเภทให้กับบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ระบุว่า เหตุการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของบริษัทในปีนี้

ด้าน Infineon Technologies ผู้ผลิตชิปจากเยอรมนี เปิดเผยว่า ต้นทุนของโลหะมีค่า พลังงาน และค่าขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบของสงคราม

ฟรานซิสโก เจโรนิโม (Francisco Jeronimo) นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation กล่าวกับ CNBC ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวอาจรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี

เขากล่าวว่า ราคาก๊าซ พลังงาน และค่าขนส่งอยู่ในระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกหลายไตรมาส แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายลงก็ตาม พร้อมระบุว่า แม้จะมีการหยุดยิง ความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานก็ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่บริษัทผู้ผลิตชิปกำลังกังวลคือ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

ก๊าซฮีเลียมเป็นตัวอย่างของวัตถุดิบที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตชิป เนื่องจากใช้ในขั้นตอนต่างๆ ของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยก๊าซชนิดนี้ส่วนใหญ่ผลิตขึ้นเป็นผลพลอยได้จากการผลิตก๊าซธรรมชาติ

ประเทศกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ส่งออกฮีเลียมรายใหญ่อันดับสองของโลก และเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิหร่านที่ทำให้ความสามารถในการส่งออกลดลง

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย S&P Global ระบุว่า ในปี 2025 กาตาร์มีส่วนแบ่งตลาดฮีเลียมมากกว่า 30% ของตลาดโลก

นอกจากฮีเลียมแล้ว วัตถุดิบอื่นที่ใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เช่น โบรมีนและอะลูมิเนียม ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ซื้อชิปในยุโรปต้องจ่ายราคาสูงขึ้นและเริ่มนำวัตถุดิบสำรองมาใช้ หลังจากสงครามทำให้การขนส่งทางอากาศหยุดชะงัก

เจโรนิโม กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตชิปต่างตระหนักถึงความจำเป็นในการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ เพื่อลดการพึ่งพาภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป ในระยะสั้น TSMC ใช้กลยุทธ์เพิ่มสต็อกวัตถุดิบสำรองและกระจายแหล่งจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

เวนเดลล์ หวง (Wendell Huang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ TSMC กล่าวในการประชุมนักลงทุนเมื่อเดือนเมษายนว่า บริษัทมีนโยบายพัฒนาแหล่งจัดหาวัตถุดิบจากหลายประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายผู้จัดหาทั่วโลกที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในแต่ละภูมิภาค

บริษัทอีกแห่งที่ได้รับผลกระทบคือ VAT Group ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งระบุว่า บริษัทต้องปรับเส้นทางการขนส่งสินค้าใหม่เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง

แม้บริษัทจะระบุว่าแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2569 ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่รายงานระบุว่า ยอดขายในไตรมาสแรกได้รับผลกระทบประมาณ 20-25 ล้านฟรังก์สวิส หรือประมาณ 25.5-32 ล้านดอลลาร์

เซบาสเตียน นาจี (Sebastien Naji) นักวิเคราะห์จากบริษัทวิเคราะห์การลงทุน William Blair กล่าวว่า ปัญหาที่ผู้ผลิตชิปกำลังเผชิญมากที่สุดในขณะนี้คือค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

เขาอธิบายว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไป ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับที่สองและสามจะเริ่มปรากฏชัดขึ้น เช่น ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น กำไรของซัพพลายเออร์ลดลง และต้นทุนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลเอไอที่เพิ่มสูงขึ้น

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า สิ่งที่บริษัทเปิดเผยในฤดูกาลประกาศผลประกอบการครั้งนี้อาจเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นของแรงกดดันที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะต้องเผชิญ หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงยืดเยื้อ

นาจี กล่าวว่า หากการปิดกั้นเส้นทางการขนส่งหรือข้อจำกัดด้านพลังงานยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงฤดูร้อน บริษัทเทคโนโลยีอาจต้องกลับมาประเมินความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานอีกครั้งในการประกาศผลประกอบการรอบถัดไป

จนถึงช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่มีสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิปจากญี่ปุ่น Advantest ระบุในการประกาศผลประกอบการว่า สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากความกังวลว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

บริษัทระบุว่า แม้ผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการในขณะนี้ยังมีจำกัด แต่ต้นทุนบางประเภท เช่น ค่าขนส่ง เริ่มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว และอาจเกิดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานได้ในอนาคต

แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตชิปหลายแห่งจะเริ่มเตือนถึงความเสี่ยงดังกล่าว แต่นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นระบุว่า กระแสการลงทุนในเอไอยังคงช่วยพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ไมเคิล ฟิลด์ (Michael Field) หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้นของบริษัทวิเคราะห์การลงทุนของ Morningstar กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเอไอในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นมาก จนทำให้ผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านห่วงโซ่อุปทานยังไม่ส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้น

ข้อมูลจากดัชนี PHLX Semiconductor Sector Index ซึ่งรวมบริษัทชิปขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนซื้อขายในสหรัฐจำนวน 30 บริษัท แสดงให้เห็นว่า ดัชนีดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 41% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจของเอไอในปัจจุบัน

อ้างอิง: CNBC