วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ไทยคม’ ทำไมเลื่อนยิงดาวเทียมใหม่ถึง 2 ดวง

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ไทยคม’ ทำไมเลื่อนยิงดาวเทียมใหม่ถึง 2 ดวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งล่าสุด ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ได้ถกเถียงกันนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ในท้ายที่สุดก็ได้มีมติเห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง ต่อการอนุมัติให้ บริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม ในการขยายระยะเวลาการส่งดาวเทียม “ไทยคม 9” ขึ้นประจำการในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2570 จากเดิมที่กำหนดต้องส่งขึ้นใช้งานภายในวันที่ 15 พ.ค.2569

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนว่า “ภารกิจรักษาวงโคจรดาวเทียมของไทย” กำลังเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ เพราะเบื้องหลังไม่ได้เป็นเพียงการเลื่อนกำหนดส่งดาวเทียม แต่หมายถึงการประคองระบบบริการลูกค้าหลายประเทศ พร้อมกับการรักษาสิทธิวงโคจรของประเทศไทยต่อสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู ไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ไทยคมได้รับสิทธิบริหารวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก จากการประมูลเมื่อเดือนมกราคม 2566 โดยมีเงื่อนไขสำคัญจาก กสทช. ให้ต้องนำดาวเทียมขึ้นใช้งานภายใน 3 ปี เพื่อทดแทน ไทยคม 4 หรือ ไอพีสตาร์ ที่หมดอายุทางวิศวกรรมแล้ว

แต่ระหว่างกระบวนการผลิตไทยคม 9 บริษัท Astranis ผู้ผลิตดาวเทียมจากสหรัฐอเมริกา กลับประสบปัญหาชิ้นส่วนสำคัญบางประเภท ส่งผลให้กำหนดส่งมอบดาวเทียมต้องเลื่อนออกไป โดย กสทช. พิจารณาว่าเป็น “เหตุสุดวิสัย” จึงอนุมัติให้ขยายเวลา พร้อมคงวงเงินค้ำประกันเดิมกว่า 109 ล้านบาทไว้จนถึงเดือนกันยายน 2570 

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ไทยคม’ ทำไมเลื่อนยิงดาวเทียมใหม่ถึง 2 ดวง

ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้กระทบเฉพาะดาวเทียมใหม่เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในจังหวะที่ “ไทยคม 4” สิ้นอายุขัยของภารกิจ หลังใช้งานต่อเนื่องมายาวนานกว่า 20 ปี ซึ่งดาวเทียมไทยคม 4 มีแนวโน้มจะพ้นวงโคจรในช่วงปลายเดือนก.ค.2569 นี้  แม้ว่าที่ผ่านมา ดาวเทียมดวงดังกล่าวจะได้รับการขยายอายุทางวิศวกรรมมาแล้วถึง 2 ครั้งก็ตาม

ไทยคม 4 มีกำหนดสิ้นสุดการใช้งานตั้งแต่ปี 2565 ก่อนจะทยอยยืดอายุออกมาเป็นปี 2567 และต่ออายุอีกครั้งในปี 2568 เพื่อรอการมาถึงของไทยคม 9 แต่สุดท้ายดาวเทียมยังถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในเชิงธุรกิจ ไทยคม 4 ถือเป็น “หัวใจสำคัญ” ของบริการบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมของไทย โดยเฉพาะตลาดอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล การเชื่อมต่อภาคทะเล และบริการองค์กรในหลายประเทศทั่วเอเชีย ทำให้การปล่อยให้เกิดช่องว่างของบริการแทบเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ บอร์ด กสทช. ต้องเร่งอนุมัติแผนสำรอง ด้วยการเปิดทางให้ใช้สัญญาณดาวเทียมต่างชาติ หรือ Landing Right จากดาวเทียม Korea-SAT เกาหลีใต้ เข้ามาให้บริการชั่วคราวในประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 บอร์ด กสทช. ได้อนุมัติการใช้สัญญาณจาก Korea-SAT ไปรอไว้ก่อนแล้ว โดยจุดเด่นสำคัญคือ ดาวเทียมเกาหลีใต้ดวงดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งวงโคจรใกล้เคียงกับไทยคม 4 ทำให้ลูกค้าเดิมสามารถย้ายระบบมาใช้งานต่อได้แทบจะทันที โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจานรับสัญญาณจำนวนมาก

ในทางปฏิบัติ นี่ถือเป็น “แผนกันชน” เพื่อประคองบริการในช่วงรอยต่อ ระหว่างรอไทยคม 9 พร้อมใช้งานจริง

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ไทยคม’ ทำไมเลื่อนยิงดาวเทียมใหม่ถึง 2 ดวง

สำหรับไทยคม 9 นั้น ถูกออกแบบเป็นดาวเทียมขนาดเล็กรุ่น MicroGEO รองรับบริการ ครอบคลุมทั่วเอเชีย โดยบริษัท สเปซ เทค อินโนเวชั่น จำกัด เป็นผู้ว่าจ้าง Astranis ดำเนินการผลิต เพื่อเสริมศักยภาพบริการบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมของไทยในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก

รายงานระบุว่า ปัญหาหลักเกิดจากการตรวจพบความบกพร่องของอุปกรณ์ในดาวเทียมล็อตเดียวกัน ทำให้ผู้ผลิตต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ และแก้ไขใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยงระยะยาว เพราะหากเร่งปล่อยดาวเทียมทั้งที่ยังมีข้อกังวลด้านคุณภาพ อาจสร้างความเสียหายต่อภารกิจในอนาคตได้มากกว่า

รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุม ยังได้รับทราบคำขอของบริษัทลูกไทยคม กรณีขอเลื่อนการส่งดาวเทียมในวงโคจร 78.5 องศาตะวันออก (คาดการณ์ว่า คือ ไทยคม 11)  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวงโคจรสำคัญที่ไทยคมประมูลได้เมื่อปี 2566 มูลค่ากว่า 380 ล้านบาท

เดิมไทยคมมีกำหนดส่งดาวเทียมภายในวันที่ 15 พ.ค.2569 เช่นเดียวกัน แต่จนถึงขณะนี้ ที่ประชุมยังไม่มีมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติ เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดเงื่อนไข 3 ปีตามใบอนุญาต

อย่างไรก็ตาม วงโคจร 78.5 องศาตะวันออก ยังมีดาวเทียมไทยคม 6 และไทยคม 8 ให้บริการอยู่ จึงยังไม่เกิดแรงกดดันเร่งด่วนเท่ากับกรณีไทยคม 4

อีกประเด็นสำคัญที่ไทยต้องจับตาคือ การรักษาสิทธิวงโคจรต่อไอทียู เพราะหากปล่อยให้ตำแหน่งวงโคจรว่างเป็นเวลานาน ประเทศอาจสูญเสียสิทธิในการใช้งานวงโคจรดังกล่าวในอนาคตได้

ด้วยเหตุนี้ สำนักงาน กสทช. จึงเตรียมเร่งส่งเอกสารขอ “พักใช้” คลื่นความถี่ในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ต่อไอทียู ภายในวันที่ 8 มิ.ย.2569 เพื่อให้ทันการประชุม Radio Regulations Board ช่วงปลายเดือนมิถุนายน นี้

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ไทยคม’ ทำไมเลื่อนยิงดาวเทียมใหม่ถึง 2 ดวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันไทยคมมีดาวเทียมให้บริการ 4 ดวง ได้แก่ 

  • ไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก
  • ไทยคม 6 ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก
  • ไทยคม 7 ตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก
  • ไทยคม 8 ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก

และในปี 2570 - 2571 ไทยคมจะยิงดาวเทียมอีก 3 ดวง ได้แก่

  • ไทยคม 9 ตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก
  • ไทยคม 10 ตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก
  • ไทยคม 11 ในตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก

สำหรับสำหรับไทยคม 10 ซึ่งจะเป็นดาวเทียมขนาดใหญ่แบบ Software Defined Satellite หรือ SDS รองรับการปรับพื้นที่ให้บริการ และปริมาณช่องสัญญาณได้แบบยืดหยุ่นบนวงโคจรรองรับความจุสูงถึง 120 Gbps และครอบคลุมตลาดเอเชียแปซิฟิก

ไทยคมได้ลงนามกับ SpaceX ให้เป็นผู้ให้บริการส่งดาวเทียมไทยคม 10 ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Falcon 9 ขณะที่การออกแบบ และสร้างดาวเทียมดำเนินการโดย Airbus Defence and Space จากฝรั่งเศส

ทั้งหมดสะท้อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับไทยคมในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหา “เลื่อนยิงดาวเทียม” แต่คือ บททดสอบครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศไทย ที่ต้องบริหารพร้อมกันทั้งความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี การรักษาสิทธิวงโคจร การดูแลลูกค้าเดิม และการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดาวเทียมรุ่นใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันด้านอวกาศที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิเศรษฐกิจสำคัญของโลกยุคใหม่

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์