วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ประธาน กสทช.แทงกั๊กอุ้มบอลโลก 2026 โยนกรมประชาสัมพันธ์ เคลียร์ปมซื้อลิขสิทธิ์

ประธาน กสทช.แทงกั๊กอุ้มบอลโลก 2026 โยนกรมประชาสัมพันธ์ เคลียร์ปมซื้อลิขสิทธิ์

ประธาน กสทช. ลั่นงบซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ต้องรอแผนกรมประชาสัมพันธ์เพราะคือ เจ้าภาพหลัก แหล่งข่าวชี้ปมเงินอุดหนุนฟุตบอลโลกกาตาร์ 600 ล้าน ยังเป็นเงากดดันบอร์ดชุดปัจจุบัน หลังดูได้ไม่ทั่วถึง ผู้บริโภคยังต้องเจอจอดำ

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการซื้อ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ว่า ภายหลังได้หารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่ากรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบดำเนินการ ก่อนจัดทำรายละเอียด และแผนงานเสนอเข้ามายังสำนักงาน กสทช.

ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ การขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กองทุน กทปส. ในลักษณะเดียวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ขอยืนยันว่า ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการยื่นของบสนับสนุนหรือไม่ รวมถึงยังไม่ทราบวงเงินที่ชัดเจน โดยหากมีการเสนอขอใช้งบประมาณจริงจากกองทุนจริง จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. อีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างยังต้องรอรายละเอียดจากกรมประชาสัมพันธ์เป็นหลัก

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลยื่นหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจริง บอร์ด กสทช. จะต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งในมิติของความเหมาะสม วงเงินที่ร้องขอ รวมถึงแหล่งที่มาของงบประมาณจากกองทุน กทปส. เนื่องจากกองทุนดังกล่าวแบ่งออกเป็นหลายส่วน และแต่ละกองทุนมีวัตถุประสงค์รวมถึงกรอบวงเงินแตกต่างกัน

ขณะที่ ทิศทางการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการแต่ละคน รวมถึงขนาดของวงเงินที่เสนอขอสนับสนุน หากเป็นวงเงินไม่สูงมาก เช่น ระดับหลักสิบล้านบาท หรือหลักร้อยล้านบาทช่วงต้น ก็อาจมีโอกาสได้รับการอนุมัติ

อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญที่ทำให้การพิจารณาเรื่องนี้มีความอ่อนไหวมากขึ้น คือ ปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. ได้ถอด “ฟุตบอลโลก” ออกจากกฎ Must Have แล้ว ส่งผลให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ไม่มีข้อบังคับต้องนำการแข่งขันมาออกอากาศผ่านฟรีทีวีเหมือนในอดีต

นั่นหมายความว่า การตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ในครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการประเมินเชิงธุรกิจของภาคเอกชนเป็นสำคัญ ท่ามกลางต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ที่คาดว่าสูงถึง 1,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับตลาดโทรทัศน์ และสื่อไทยในปัจจุบัน

แหล่งข่าวมองว่า หากเอกชนประเมินแล้วว่าไม่คุ้มทุน หรือมีความเสี่ยงขาดทุนสูง ก็อาจไม่มีผู้เล่นรายใดกล้ารับภาระดังกล่าวเพียงลำพัง ขณะที่หากภาครัฐตัดสินใจเข้ามาสนับสนุนงบประมาณ ก็จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อบอร์ด กสทช. เนื่องจากบทเรียนจากฟุตบอลโลก 2022 ยังไม่จบลง และยังมีดคีฟ้องร้องยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บอร์ด กสทช. เคยอนุมัติงบสนับสนุนจำนวน 600 ล้านบาท สำหรับการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่ประเทศกาตาร์ แต่ภายหลังกลับเกิดปัญหาหลายด้าน ทั้งข้อพิพาทเกี่ยวกับเงื่อนไขการถ่ายทอดสด ผ่าน OTT IPTV และ ทีวีดิจิทัล ซึ่งก็ยังมีปัญหาจอดำ ปัญหาการบริหารสิทธิระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กับภาคเอกชน รวมถึงประเด็นการเรียกคืนเงินสนับสนุนที่ยังคงเป็นคดีค้างอยู่จนถึงปัจจุบัน

สุดท้ายต้องดูว่าแผนของกรมประชาสัมพันธ์จะออกมาในรูปแบบใด จะสามารถระดมทุนจากภาคเอกชนได้มากน้อยแค่ไหน หรือจำเป็นต้องพึ่งพางบสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มเติมหรือไม่ ตามที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนต้องช่วยกันผลักดัน

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตสำคัญว่า เหตุผลที่ไม่ได้ใช้กลไกของ กกท. หรือกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเข้ามาดำเนินการเหมือนฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยแหล่งข่าวระบุว่า การใช้งบดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน เพราะการแข่งขันฟุตบอลโลกไม่มีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันโดยตรง จึงอาจเข้าข่ายใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์