เดนิส เดรสเซอร์ (Denise Dresser) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ OpenAI ให้สัมภาษณ์รายการ Squawk on the Street ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ว่า การนำเอไอเข้ามาใช้ในภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” และ OpenAI กำลังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าองค์กรอย่างจริงจัง
เดรสเซอร์ อธิบายว่า การนำเอไอมาใช้ในองค์กรจริงนั้นมีความซับซ้อน เพราะไม่ใช่เพียงการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเชื่อมต่อโมเดลเอไอเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์เดิมของบริษัทเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าไปทำความเข้าใจกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กร
ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบริการ การจัดการข้อมูล ไปจนถึงวิธีที่บริษัทสร้างตลาดและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงต้องเข้าไปทำงานร่วมกับทีมงานขององค์กรลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับระบบงานให้เอไอสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล อัตโนมัติงานบางส่วน หรือช่วยตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงานได้จริง
เปิดตัว OpenAI Development Company
ในวันเดียวกัน OpenAI ประกาศจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ชื่อ OpenAI Development Company เพื่อขยายบริการด้านการนำเอไอไปใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ
หน่วยงานใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือกับบริษัทด้านการลงทุนและที่ปรึกษาธุรกิจรวม 19 ราย เช่น Bain & Company, Goldman Sachs และ SoftBank โดยบริษัทใหม่จะอยู่ภายใต้การถือหุ้นและการควบคุมของ OpenAI เป็นหลัก
เป้าหมายของโครงสร้างธุรกิจคือ การสร้างทีมงานที่สามารถช่วยบริษัทต่างๆ นำโมเดลเอไอขั้นสูงไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วและในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบไอทีเดิม การเชื่อมต่อข้อมูล หรือการออกแบบเครื่องมือใหม่ที่ทำงานร่วมกับเอไอ
พร้อมกันนั้น OpenAI ยังประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ปรึกษาด้านเอไอชื่อ Tomoro ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการนำโมเดลเอไอไปติดตั้งใช้งานจริงในองค์กร
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้วิศวกรประมาณ 150 คนจาก Tomoro เข้ามาอยู่ภายใต้ทีมงานของ OpenAI โดยวิศวกรกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรลูกค้าออกแบบระบบและติดตั้งเอไอให้ทำงานร่วมกับระบบงานเดิมของบริษัท
เดรสเซอร์ อธิบายว่า วิศวกรกลุ่มนี้จะทำงานในลักษณะที่เรียกว่า “forward-deployed engineers” หรือทีมวิศวกรที่เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรลูกค้าโดยตรง พวกเขาจะเข้าไปนั่งทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัทนั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าพนักงานใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ข้อมูลถูกจัดการอย่างไร และกระบวนการทำงานจริงขององค์กรเป็นอย่างไร
เมื่อเข้าใจขั้นตอนเหล่านั้นแล้ว ทีมงานจะช่วยเชื่อมระบบงานขององค์กรเข้ากับโมเดลเอไอ และพัฒนาเครื่องมือที่ทำให้เอไอสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล จัดการงานบางส่วนโดยอัตโนมัติ หรือช่วยตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงาน
แนวทางนี้ทำให้เอไอไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือแยกต่างหากที่พนักงานเปิดใช้เป็นครั้งคราว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานภายในองค์กรโดยตรง
ตลาดเอไอสำหรับองค์กรแข่งขันรุนแรงขึ้น
การเคลื่อนไหวของ OpenAI เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันในตลาดเอไอสำหรับองค์กรกำลังทวีความรุนแรงขึ้น บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากกำลังพัฒนาเครื่องมือเอไอที่สามารถนำไปใช้กับระบบการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่
หนึ่งในคู่แข่งสำคัญคือ Anthropic ซึ่งกำลังขยายธุรกิจในตลาดองค์กรอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Google ก็พัฒนาโมเดลเอไอของตนเองในชื่อ Gemini เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน Anthropic เพิ่งประกาศความร่วมมือกับ Goldman Sachs และ Blackstone เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายช่วยให้บริษัทจำนวนหลายร้อยแห่งสามารถนำเอไอไปใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
รายได้จากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เดรสเซอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Slack แอปพลิเคชันสื่อสารในองค์กรของ Salesforce เข้าร่วมงานกับ OpenAI ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้เมื่อเดือนธันวาคม 2568
เธอเปิดเผยในบล็อกโพสต์ของบริษัทเมื่อเดือนเมษายนว่า ปัจจุบันรายได้ของ OpenAI มากกว่า 40% มาจากกลุ่มลูกค้าองค์กร และบริษัทคาดว่าภายในปี 2569 รายได้จากลูกค้าองค์กรจะเติบโตจนมีสัดส่วนใกล้เคียงกับรายได้จากผู้ใช้ทั่วไป
ขยายพันธมิตรคลาวด์ นอกเหนือจาก Microsoft
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง OpenAI กับพันธมิตรเดิมอย่าง Microsoft ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา
ในบันทึกภายในที่เดรสเซอร์ส่งถึงพนักงานเมื่อเดือนเมษายน เธอกล่าวถึงความร่วมมือใหม่ระหว่าง OpenAI กับ Amazon Web Services ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ Amazon Bedrock
เธอระบุว่า ความร่วมมือกับ Microsoft เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทมีข้อจำกัดในการเข้าถึงลูกค้าองค์กรบางส่วน โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น
หลังจากประกาศความร่วมมือกับ Amazon เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดรสเซอร์ ระบุว่า บริษัทได้รับความสนใจจากลูกค้าองค์กรจำนวนมากที่ต้องการใช้บริการของ OpenAI ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการใช้เอไอในภาคธุรกิจกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้
อ้างอิง: CNBC

