วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

OpenAI ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่รุกตลาดองค์กร ผนึก 19 บริษัทที่ปรึกษารับดีมานด์

OpenAI ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่รุกตลาดองค์กร ผนึก 19 บริษัทที่ปรึกษารับดีมานด์

เดนิส เดรสเซอร์ (Denise Dresser) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของ OpenAI ให้สัมภาษณ์รายการ Squawk on the Street ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ว่า การนำเอไอเข้ามาใช้ในภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” และ OpenAI กำลังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าองค์กรอย่างจริงจัง

เดรสเซอร์ อธิบายว่า การนำเอไอมาใช้ในองค์กรจริงนั้นมีความซับซ้อน เพราะไม่ใช่เพียงการติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเชื่อมต่อโมเดลเอไอเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์เดิมของบริษัทเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าไปทำความเข้าใจกระบวนการทำงานทั้งหมดขององค์กร

ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบริการ การจัดการข้อมูล ไปจนถึงวิธีที่บริษัทสร้างตลาดและส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า

ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงต้องเข้าไปทำงานร่วมกับทีมงานขององค์กรลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับระบบงานให้เอไอสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล อัตโนมัติงานบางส่วน หรือช่วยตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงานได้จริง

เปิดตัว OpenAI Development Company

ในวันเดียวกัน OpenAI ประกาศจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ชื่อ OpenAI Development Company เพื่อขยายบริการด้านการนำเอไอไปใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ

หน่วยงานใหม่นี้เกิดจากความร่วมมือกับบริษัทด้านการลงทุนและที่ปรึกษาธุรกิจรวม 19 ราย เช่น Bain & Company, Goldman Sachs และ SoftBank โดยบริษัทใหม่จะอยู่ภายใต้การถือหุ้นและการควบคุมของ OpenAI เป็นหลัก

เป้าหมายของโครงสร้างธุรกิจคือ การสร้างทีมงานที่สามารถช่วยบริษัทต่างๆ นำโมเดลเอไอขั้นสูงไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วและในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบไอทีเดิม การเชื่อมต่อข้อมูล หรือการออกแบบเครื่องมือใหม่ที่ทำงานร่วมกับเอไอ

พร้อมกันนั้น OpenAI ยังประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ปรึกษาด้านเอไอชื่อ Tomoro ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการนำโมเดลเอไอไปติดตั้งใช้งานจริงในองค์กร

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้วิศวกรประมาณ 150 คนจาก Tomoro เข้ามาอยู่ภายใต้ทีมงานของ OpenAI โดยวิศวกรกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรลูกค้าออกแบบระบบและติดตั้งเอไอให้ทำงานร่วมกับระบบงานเดิมของบริษัท

เดรสเซอร์ อธิบายว่า วิศวกรกลุ่มนี้จะทำงานในลักษณะที่เรียกว่า “forward-deployed engineers” หรือทีมวิศวกรที่เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรลูกค้าโดยตรง พวกเขาจะเข้าไปนั่งทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัทนั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าพนักงานใช้ระบบต่างๆ อย่างไร ข้อมูลถูกจัดการอย่างไร และกระบวนการทำงานจริงขององค์กรเป็นอย่างไร

เมื่อเข้าใจขั้นตอนเหล่านั้นแล้ว ทีมงานจะช่วยเชื่อมระบบงานขององค์กรเข้ากับโมเดลเอไอ และพัฒนาเครื่องมือที่ทำให้เอไอสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล จัดการงานบางส่วนโดยอัตโนมัติ หรือช่วยตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงาน

แนวทางนี้ทำให้เอไอไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือแยกต่างหากที่พนักงานเปิดใช้เป็นครั้งคราว แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการทำงานภายในองค์กรโดยตรง

ตลาดเอไอสำหรับองค์กรแข่งขันรุนแรงขึ้น

การเคลื่อนไหวของ OpenAI เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันในตลาดเอไอสำหรับองค์กรกำลังทวีความรุนแรงขึ้น บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากกำลังพัฒนาเครื่องมือเอไอที่สามารถนำไปใช้กับระบบการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่

หนึ่งในคู่แข่งสำคัญคือ Anthropic ซึ่งกำลังขยายธุรกิจในตลาดองค์กรอย่างรวดเร็ว ขณะที่ Google ก็พัฒนาโมเดลเอไอของตนเองในชื่อ Gemini เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าองค์กรเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ไม่นาน Anthropic เพิ่งประกาศความร่วมมือกับ Goldman Sachs และ Blackstone เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายช่วยให้บริษัทจำนวนหลายร้อยแห่งสามารถนำเอไอไปใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

รายได้จากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เดรสเซอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Slack แอปพลิเคชันสื่อสารในองค์กรของ Salesforce เข้าร่วมงานกับ OpenAI ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้เมื่อเดือนธันวาคม 2568

เธอเปิดเผยในบล็อกโพสต์ของบริษัทเมื่อเดือนเมษายนว่า ปัจจุบันรายได้ของ OpenAI มากกว่า 40% มาจากกลุ่มลูกค้าองค์กร และบริษัทคาดว่าภายในปี 2569 รายได้จากลูกค้าองค์กรจะเติบโตจนมีสัดส่วนใกล้เคียงกับรายได้จากผู้ใช้ทั่วไป

ขยายพันธมิตรคลาวด์ นอกเหนือจาก Microsoft 

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง OpenAI กับพันธมิตรเดิมอย่าง Microsoft ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา

ในบันทึกภายในที่เดรสเซอร์ส่งถึงพนักงานเมื่อเดือนเมษายน เธอกล่าวถึงความร่วมมือใหม่ระหว่าง OpenAI กับ Amazon Web Services ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ Amazon Bedrock

เธอระบุว่า ความร่วมมือกับ Microsoft เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทมีข้อจำกัดในการเข้าถึงลูกค้าองค์กรบางส่วน โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการรายอื่น

หลังจากประกาศความร่วมมือกับ Amazon เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เดรสเซอร์ ระบุว่า บริษัทได้รับความสนใจจากลูกค้าองค์กรจำนวนมากที่ต้องการใช้บริการของ OpenAI ผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการใช้เอไอในภาคธุรกิจกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้

อ้างอิง: CNBC