บอร์ดสรรหากรรมการกสทช. ลงมติเสียงข้างมาก ฟันธง มีอำนาจวินิจฉัย ปมประธานกสทช. “สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ถูกร้องขาดคุณสมบัติ เตรียมดำเนินการส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ดกสทช. ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2569 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจกรณีสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีส่งเรื่องให้พิจารณา ปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาหรือผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการ กสทช. นั้น
ผลการพิจารณา ปรากฎว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติด้วยเสียงข้างมากว่า คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่และอำนาจในการวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเข้ารับการสรรหาหรือผู้ได้รับการคัดเลือก ให้ดำรงตำแหน่งบอร์ดกสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 โดยคณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดดังกล่าว เป็นชุดเดียวกับที่ทำหน้าที่สรรหากรรมการ กสทช. เมื่อปี 2564 ประกอบด้วยตัวแทนจาก 7 องค์กรอิสระ ได้แก่
- นายนภดล เทพพิทักษ์ ผู้แทนศาลรัฐธรรมนูญ
- นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้แทนศาลฎีกา
- นายวิษณุ วรัญญู ผู้แทนศาลปกครองสูงสุด
- นายณรงค์ รัฐอมฤต ผู้แทนคณะกรรมการ ป.ป.ช.
- นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
- นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้แทนผู้ตรวจการแผ่นดิน
- นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะกรรมการโดยตำแหน่ง
ในกรณีของนายเศรษฐพุฒิ ซึ่งปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรีแล้ว มีการประเมินกันว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน คือ นายวิทัย รัตนากร อาจต้องเข้าร่วมประชุมแทนในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน ตามแนวปฏิบัติเดียวกับการสรรหาบุคคลในองค์กรอิสระอื่นที่ผ่านมา
ส่วนที่มาของปมปัญหานี้ หากย้อนไทม์ไลน์อย่างย่อ เริ่มจากคณะกรรมการสรรหาประกาศรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. ในปี 2564 ก่อนวุฒิสภาให้ความเห็นชอบและมีการเลือก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ขึ้นเป็น ประธาน กสทช. ในต้นปี 2565 ต่อมาจึงเกิดข้อสงสัยย้อนหลังเกี่ยวกับสถานะก่อนเข้ารับตำแหน่ง ว่ายังมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่
หลังจากนั้น เรื่องจะขยับเข้าสู่การตรวจสอบของชั้นวุฒิสภาและกรรมาธิการ จนมีการเผยแพร่บันทึกประชุมของ กมธ.ไอซีที วุฒิสภา ที่สรุปในทางตรวจสอบว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติเป็น กสทช. กระทั่งล่าสุดเรื่องยกระดับเข้าสู่ชั้น ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการในปี 2569
ดังนั้น การประชุม 8 พ.ค.นี้ ที่วุฒิสภามีการเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหา และมีผลตามที่ได้กล่างข้างต้น จึงไม่ใช่แค่การเปิดซองหนังสือร้องเรียนแล้วอ่านผ่าน ๆ แต่เป็นการตัดสินใจว่า ใครจะเป็นคนกดปุ่มทางกฎหมายก่อนเป็นคนแรก
และหลังจากที่หากคณะกรรมการสรรหายอมรับเรื่องและชี้ขาดแล้ว ก็มีแนวโน้มจะต้องสอบถามไปยังสำนักงาน กสทช. และ บอร์ด กสทช. รัฐบาล และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ เพราะเมื่อมีคำถามเรื่องคุณสมบัติแล้ว จะมีการดำเนินการในเรื่องอย่างไรต่อไป

