วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ดีอี ยกระดับปราบบัญชีม้า เปิด “ม้าน้ำตาล” เฝ้าระวังเหยื่อไม่รู้ตัวพบเงินหมุนกว่า 8 พันล้าน

ดีอี ยกระดับปราบบัญชีม้า เปิด “ม้าน้ำตาล” เฝ้าระวังเหยื่อไม่รู้ตัวพบเงินหมุนกว่า 8 พันล้าน

“ไชยชนก” ประกาศเดินหน้าปราบภัยไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ เพิ่มการจำแนกบัญชีม้าใหม่ “ม้าน้ำตาล” ชี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เจ้าของบัญชียังไม่รู้ตัว แต่ตรวจพบเส้นทางการเงินเข้าข่ายผิดปกติ พร้อมขยายเครือข่ายสกัดเงินมิจฉาชีพถึงร้านทอง-ร้านแลกเงิน และเร่งปิดช่องโหว่บัญชีเยาวชน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับมาตรการปราบปราม "บัญชีม้า" ภายหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 โดยระบุว่า ปัญหาภัยไซเบอร์ยังคงเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง

ล่าสุด ที่ประชุมได้เห็นชอบให้เพิ่มการจำแนกประเภทบัญชีม้าใหม่ในชื่อ “ม้าน้ำตาล” เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและสกัดเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับ “ม้าน้ำตาล” หมายถึง บัญชีที่เจ้าของบัญชียังไม่รู้ตัวว่าถูกนำไปใช้เกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางการเงิน แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเข้าข่ายเป็นบัญชีม้า แม้จะยังไม่มีการแจ้งความหรือดำเนินคดีอย่างเป็นทางการก็ตาม

ดีอี ยกระดับปราบบัญชีม้า เปิด “ม้าน้ำตาล” เฝ้าระวังเหยื่อไม่รู้ตัวพบเงินหมุนกว่า 8 พันล้าน

ก่อนหน้านี้ ระบบการจำแนกบัญชีม้าแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ “ม้าดำ” ซึ่งเป็นบัญชีที่ถูกดำเนินคดีแล้ว “ม้าเทาเข้ม” คือบัญชีที่มีการแจ้งความและอยู่ระหว่างรอดำเนินคดี และ “ม้าเทาอ่อน” คือบัญชีที่ถูกแจ้งเตือนไปยังธนาคารแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างรอการแจ้งความจากผู้เสียหาย

นายไชยชนก กล่าวว่า ปัจจุบันพบบัญชีในกลุ่ม “ม้าน้ำตาล” มีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบรวมกว่า 8,000 ล้านบาท ถือเป็นวงเงินจำนวนมากที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องเร่งเฝ้าระวัง เนื่องจากเจ้าของบัญชีจำนวนมากอาจยังไม่ทราบว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้เป็นช่องทางการเงินของมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ ข้อมูลบัญชีม้าทุกระดับสีจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตาม ตรวจสอบ และป้องกันการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย

ดีอี ยกระดับปราบบัญชีม้า เปิด “ม้าน้ำตาล” เฝ้าระวังเหยื่อไม่รู้ตัวพบเงินหมุนกว่า 8 พันล้าน

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังเตรียมขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานและภาคธุรกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตรา สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงร้านค้าทองคำ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางโยกย้ายทรัพย์สินของกลุ่มมิจฉาชีพ

ขณะเดียวกัน ยังดึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางบริษัทนอมินีที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อให้การทำงานปราบปรามครอบคลุมทั้งระบบการเงินและภาคธุรกิจ

อีกประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือ การปิดช่องโหว่การใช้บัญชีธนาคารของเยาวชนเป็นบัญชีม้า โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีระบุว่า ได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหาแนวทางกำกับดูแลบัญชีของเยาวชนอายุระหว่าง 12-18 ปี เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์

แม้ปัจจุบันจำนวนบัญชีม้าเยาวชนจะอยู่ที่ประมาณ 6,500 บัญชี จากบัญชีม้าทั้งระบบราว 3.56 ล้านบัญชี และยังถือเป็นสัดส่วนไม่มากนัก แต่รัฐบาลมองว่า หากไม่เร่งปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้น อาจกลายเป็นช่องทางใหม่ที่มิจฉาชีพใช้ขยายเครือข่ายได้ในอนาคต

โดยเบื้องต้นคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย จะเสนอแนวทางกำกับดูแลแล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยอาจมีหลายมาตรการประกอบกัน เช่น การจำกัดวงเงินโอน หรือเพิ่มเงื่อนไขในการทำธุรกรรมของบัญชีเยาวชน เพื่อสกัดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

ดีอี ยกระดับปราบบัญชีม้า เปิด “ม้าน้ำตาล” เฝ้าระวังเหยื่อไม่รู้ตัวพบเงินหมุนกว่า 8 พันล้าน