กระทรวงดีอี-อว. ผนึกเครือข่ายพันธมิตร เปิดตัว 'ThaiLLM' โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทย เดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ มุ่งยกระดับการใช้งานให้สอดคล้องบริบทไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ AI ของไทยต้องก้าวจาก “ผู้ใช้” ไปสู่ “ผู้สร้าง” เพื่อให้ประเทศมีอำนาจกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่โมเดลภาษา หรือ LLM กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของ AI ไทยอยู่ที่ข้อมูลโดยเฉพาะความไม่สมดุลของภาษาในระบบโลก ปัจจุบันข้อมูลที่ใช้ฝึก AI กว่า 40% เป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่ “ข้อมูลภาษาไทยมีเพียง 0.4%” เท่านั้น ส่งผลให้โมเดลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจบริบทไทยอย่างลึกซึ้ง และจำกัดการนำไปใช้งานจริง
ด้วยเหตุนี้ ThaiLLM จึงถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าโมเดลภาษา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้านภาษา ของประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง การสร้างโมเดลที่เข้าใจบริบทไทย และการเปิดแพลตฟอร์มให้ใช้งาน
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า การขับเคลื่อน ThaiLLM เน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาโมเดลภาษาไทยระดับฐานราก การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และการพัฒนาบุคลากร
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “ลันตา” ของเนคเทคในการฝึกโมเดลภายในประเทศ ช่วยลดต้นทุนเมื่อเทียบกับการใช้ระบบต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นคงด้านข้อมูล ขณะที่การพัฒนาคน ได้จัดอบรมแล้ว 4 หลักสูตร มีผู้ผ่านการอบรมกว่า 700 คน
โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานหลัก อาทิ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เนคเทค สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย สถาบันวิทยสิริเมธี และเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ เพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศ
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบัน ThaiLLM พัฒนาโมเดลขนาด 8 พันล้านพารามิเตอร์ และ 30 พันล้านพารามิเตอร์ ในรูปแบบเปิดให้นำไปต่อยอดได้ พร้อมนำข้อมูลจากภาครัฐและเอกชน เช่น กฎหมาย งานวิจัย และข้อมูลข่าวสาร มาใช้ฝึกระบบเพื่อให้เข้าใจบริบทไทยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้เริ่มทดลองใช้งานในภาคสาธารณสุข ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชตบอตคัดกรองอาการเบื้องต้น รวมถึงการเชื่อมต่อกับโมเดลภาษาไทยอื่น เพื่อขยายการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ “ThaiLLM Playground” แพลตฟอร์มที่เปิดให้ทั้งนักพัฒนาและประชาชนเข้าถึงการใช้งาน โดยรองรับทั้งการเชื่อมต่อสำหรับนักพัฒนา และพื้นที่ทดลองใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 8,000 ราย นับตั้งแต่ต้นปี 2569
การพัฒนา ThaiLLM ยังสอดคล้องกับแนวคิด “อธิปไตย AI” หรือการที่ประเทศสามารถพัฒนา ควบคุม และใช้เทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ข้อมูลคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ และบุคลากรที่มีศักยภาพ
AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภค ประเทศที่สามารถพัฒนาและควบคุม AI ได้ จะมีความได้เปรียบทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
ดังนั้น ThaiLLM จึงถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการปิดช่องว่างเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาสัดส่วนข้อมูลภาษาไทยที่มีเพียง 0.4% พร้อมสร้างความสามารถในการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของประเทศได้อย่างแท้จริง
ดังนั้น ในระยะต่อไป ภาครัฐขยายการใช้งานสู่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมวางกรอบกำกับดูแลและความปลอดภัย เพื่อให้ AI เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

