วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

กระทรวงดีอี-อว. ผนึกเครือข่ายพันธมิตร เปิดตัว 'ThaiLLM' โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทย เดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ มุ่งยกระดับการใช้งานให้สอดคล้องบริบทไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ AI ของไทยต้องก้าวจาก “ผู้ใช้” ไปสู่ “ผู้สร้าง” เพื่อให้ประเทศมีอำนาจกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของตนเอง โดยเฉพาะในยุคที่โมเดลภาษา หรือ LLM กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของ AI ไทยอยู่ที่ข้อมูลโดยเฉพาะความไม่สมดุลของภาษาในระบบโลก ปัจจุบันข้อมูลที่ใช้ฝึก AI กว่า 40% เป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่ “ข้อมูลภาษาไทยมีเพียง 0.4%” เท่านั้น ส่งผลให้โมเดลส่วนใหญ่ไม่เข้าใจบริบทไทยอย่างลึกซึ้ง และจำกัดการนำไปใช้งานจริง

ด้วยเหตุนี้ ThaiLLM จึงถูกพัฒนาให้เป็นมากกว่าโมเดลภาษา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้านภาษา ของประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง การสร้างโมเดลที่เข้าใจบริบทไทย และการเปิดแพลตฟอร์มให้ใช้งาน

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า การขับเคลื่อน ThaiLLM เน้น 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนาโมเดลภาษาไทยระดับฐานราก การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล และการพัฒนาบุคลากร

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “ลันตา” ของเนคเทคในการฝึกโมเดลภายในประเทศ ช่วยลดต้นทุนเมื่อเทียบกับการใช้ระบบต่างประเทศ และเพิ่มความมั่นคงด้านข้อมูล ขณะที่การพัฒนาคน ได้จัดอบรมแล้ว 4 หลักสูตร มีผู้ผ่านการอบรมกว่า 700 คน

โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานหลัก อาทิ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เนคเทค สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย สถาบันวิทยสิริเมธี และเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ เพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศ AI ของประเทศ

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบัน ThaiLLM พัฒนาโมเดลขนาด 8 พันล้านพารามิเตอร์ และ 30 พันล้านพารามิเตอร์ ในรูปแบบเปิดให้นำไปต่อยอดได้ พร้อมนำข้อมูลจากภาครัฐและเอกชน เช่น กฎหมาย งานวิจัย และข้อมูลข่าวสาร มาใช้ฝึกระบบเพื่อให้เข้าใจบริบทไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้เริ่มทดลองใช้งานในภาคสาธารณสุข ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชตบอตคัดกรองอาการเบื้องต้น รวมถึงการเชื่อมต่อกับโมเดลภาษาไทยอื่น เพื่อขยายการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือ “ThaiLLM Playground” แพลตฟอร์มที่เปิดให้ทั้งนักพัฒนาและประชาชนเข้าถึงการใช้งาน โดยรองรับทั้งการเชื่อมต่อสำหรับนักพัฒนา และพื้นที่ทดลองใช้งานสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 8,000 ราย นับตั้งแต่ต้นปี 2569

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ

การพัฒนา ThaiLLM ยังสอดคล้องกับแนวคิด “อธิปไตย AI” หรือการที่ประเทศสามารถพัฒนา ควบคุม และใช้เทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ข้อมูลคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ และบุคลากรที่มีศักยภาพ

AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภค ประเทศที่สามารถพัฒนาและควบคุม AI ได้ จะมีความได้เปรียบทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

ดังนั้น ThaiLLM จึงถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการปิดช่องว่างเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาสัดส่วนข้อมูลภาษาไทยที่มีเพียง 0.4% พร้อมสร้างความสามารถในการพัฒนา AI ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของประเทศได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น ในระยะต่อไป ภาครัฐขยายการใช้งานสู่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมวางกรอบกำกับดูแลและความปลอดภัย เพื่อให้ AI เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

ดีอี–อว. เข็น 'ThaiLLM' ปูฐาน AI ไทย ดันอธิปไตยดิจิทัล ลดพึ่งพาต่างชาติ