วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

วัดใจ ‘ไชยชนก’ ไฟเขียวปล่อยยื้อตำแหน่ง CEO NT ต่ออายุปริยายอีก 1 ปี

วัดใจ ‘ไชยชนก’ ไฟเขียวปล่อยยื้อตำแหน่ง CEO NT ต่ออายุปริยายอีก 1 ปี

ชี้ชะตา 25 พ.ค.นี้ บอร์ด NT เร่งหาข้อสรุปต่ออายุ 'พ.อ.สรรพชัยย์' จนเกียณอายุราชการแบบปริยาย รอหนังสือตอบกลับจากสคร. ล่าสุด 'พชร' นัดถกหั่นงบลงทุนองค์กรแล้ว หลังไม่สะท้อนบริบทของภาวะเศรษฐกิจ ไม่เห็นหน่วยธุรกิจที่สร้างรายได้แน่ชัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นการต่ออายุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย แต่เป็นคำถามเชิงนโยบายสำคัญว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การกำกับของนายไชยชนก ชิดชอบ จะไฟเขียวยินยอมให้เกิดการดำรงตำแหน่งต่อไปโดยปริยายหรือไม่

เนื่องจาก พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT คนปัจจุบัน จะครบวาระตามสัญญาจ้างในเดือนก.ค.นี้ แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่มีความชัดเจนในการเปิดกระบวนการสรรหาผู้บริหารคนใหม่ ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การ “ต่ออายุอัตโนมัติ” ไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2570 ซึ่งตรงกับช่วงเกษียณอายุราชการ

สถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงการบริหารทรัพยากรบุคคล แต่กลายเป็นบททดสอบสำคัญของฝ่ายนโยบาย ว่าจะปล่อยให้เกิดทางเลือกโดยปริยาย หรือจะเข้ามากำหนดทิศทางใหม่ให้กับองค์กรที่กำลังเผชิญแรงกดดันทางธุรกิจอย่างหนัก

 

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ระบุว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นแล้วว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการ (บอร์ด) NT ในการพิจารณา ซึ่งสามารถตัดสินใจได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใด โดยหลังได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ ให้กำกับดูแล NT ก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม เธอ กล่าวว่า น้ำหนักของการตัดสินใจไม่ได้อยู่เพียงข้อกฎหมาย แต่รวมถึง “ผลงาน” ที่ผ่านมา ซึ่งถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่องว่า ยังไม่สามารถพา NT กลับมาสร้างการเติบโตหรือกำไรอย่างยั่งยืนได้ หรือ ขณะนี้ มีการวางแผนธุรกิจที่เป็นรูปธรรมและสร้างรายได้มาทดแทนที่หายไปได้อย่างเพียงพอหรือไม่

เรื่องนี้มีการคุยกับบอร์ดแล้วก็มีรับทราบรายงานเบื้องต้น ว่าสาเหตุที่อาจจะต้องมีการต่ออายุ เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดกระบวนการสรรหา ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ดำเนินการล่วงหน้า แต่ก็ทุกอย่างต้องเป็นหน้าที่ของบอร์ดบอร์ดต้องรับผิดชอบ ว่าดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะประธานบอร์ด NT เปิดเผยว่า บอร์ดได้หารือประเด็นนี้แล้วเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่า พ.อ.สรรพชัยย์ จะสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนถึงเกษียณได้หรือไม่ โดยต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าไม่ขัดต่อกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

หากผลการตรวจสอบไม่พบข้อขัดข้อง บอร์ดก็สามารถพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้ แต่ยังต้องผ่านกระบวนการประเมินอย่างรอบคอบ ซึ่งหากจะถามว่าจะมีประตูของการ “ต่ออายุปริยาย” ยังเปิดอยู่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายในท้ายที่สุด โดยคณะกรรมการจะมีการหาเรื่องนี้วันที่ 25 พ.ค.นี้

นายพชร ระบุว่า เหตุผลที่บอร์ดต้องพิจารณาแนวทางดังกล่าว เนื่องจาก พ.อ.สรรพชัยย์ เหลือระยะเวลาการทำงานเพียงประมาณ 1 ปีก่อนเกษียณ หากเปิดสรรหาผู้บริหารใหม่จะใช้เวลา 6-8 เดือน เสี่ยงเกิดสุญญากาศในการบริหาร ขณะที่การตั้งรักษาการก็ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม และไม่มีกรรมการรายใดประสงค์รับภาระดังกล่าว

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหตุผลด้าน ความต่อเนื่องกำลังถูกตั้งคำถามว่า เพียงพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยังไม่สามารถทำให้ NT “ลืมตาอ้าปาก” ได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การพิจารณาเกิดขึ้นในช่วงที่บอร์ด NT เพิ่งปรับโครงสร้าง และผู้บริหารระดับนโยบายเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ทำให้กระบวนการต่างๆ ต้องดำเนินไปตามลำดับ โดยบอร์ดเตรียมประชุมพิเศษวันที่ 6 พ.ค.69 เพื่อทบทวนงบลงทุนให้สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานการณ์กดดันที่องค์กรกำลังเผชิญ ดังนั้นตัวเลขที่เคยขอมามันไม่สามารถสะท้อนกลับไปเป็นเม็ดเงินให้เห็นแนวทางและการบริหารได้เลยจึงต้องมีการคุยกัน

แหล่งข่าวระบุว่า NT อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังสูญเสียรายได้หลักระดับ “หมื่นล้านบาท” จากพันธมิตรมือถืออย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ส่งผลให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปี 2568 จะยังมีกำไร 1,900 ล้านบาท จากรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท แต่เป็นผลจากการควบคุมต้นทุนและปัจจัยทางบัญชี มากกว่าการเติบโตของรายได้ใหม่

ขณะที่ปี 2569 บริษัทคาดว่าจะขาดทุน 5,000-6,000 ล้านบาท จากการหายไปของรายได้เดิมและภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะโครงการเกษียณก่อนกำหนด สะท้อนว่าความท้าทายยังอยู่ในระดับสูง และยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน

แม้ NT จะพยายามเร่งสร้างธุรกิจใหม่ ทั้งคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ดิจิทัลโซลูชัน และดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) รวมถึงโครงการคลาวด์กลางภาครัฐอย่าง GDCC ที่มีการใช้งานกว่า 62,748 VM และช่วยประหยัดงบประมาณรัฐกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ภาพรวมยังอยู่ในช่วง “ตั้งต้น” และยังไม่สามารถทดแทนรายได้หลักที่หายไปได้ในระยะสั้น

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงกลับมาที่จุดเดิมว่า ท่ามกลางผลประกอบการที่ยังไม่ฟื้น และแผนธุรกิจที่ยังต้องพิสูจน์ กระทรวงดีอีจะปล่อยให้การต่ออายุเกิดขึ้นโดยปริยายหรือไม่ หรือจะใช้จังหวะนี้รีเซ็ตทิศทางผู้นำองค์กร

การประชุมและการตัดสินใจในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่งผู้บริหาร แต่เป็นสัญญาณชี้ทิศทางอนาคตของ NT ว่าจะเดินต่อแบบเดิม หรือเลือกเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว