รมช.ดีอี มอบการบ้าน สสช. – สดช. เดินหน้าปั้น “ONE ID” เป็นโครงสร้างข้อมูลดิจิทัลรายบุคคล เชื่อมฐานข้อมูลภาครัฐทุกหน่วย สร้างบริการรัฐไร้รอยต่อ ลดภาระประชาชน ยกระดับการดูแลสวัสดิการแบบแม่นยำตั้งแต่เกิดถึงตลอดชีวิต
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เป็นประธานตรวจเยี่ยมและหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านข้อมูลภาครัฐ
สาระสำคัญอยู่ที่การเร่งผลักดัน “ONE ID” หรือ ระบบข้อมูลดิจิทัลรายบุคคล ซึ่งถูกวางให้เป็นแกนกลางของการปฏิรูประบบข้อมูลภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้รัฐสามารถดูแลประชาชนได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด และทันท่วงที ครอบคลุมตั้งแต่แรกเกิดไปจนตลอดช่วงชีวิต
รมช.ดีอี ระบุว่า แนวคิด ONE ID ไม่ใช่เพียงการรวมข้อมูล แต่เป็นการยกระดับรูปแบบการทำงานของภาครัฐสู่ “รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ” ที่สามารถทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่างกระทรวง ลดขั้นตอนการให้บริการ ลดภาระเอกสาร และลดความจำเป็นที่ประชาชนต้องเดินทางมาติดต่อหน่วยงานรัฐด้วยตนเอง
โครงสร้างดังกล่าวจะทำให้การจัดสวัสดิการของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในมิติการคัดกรองผู้มีสิทธิ การออกมาตรการช่วยเหลือ และการติดตามผล โดยอาศัยข้อมูลที่เชื่อมโยงกันแบบเรียลไทม์ ลดความซ้ำซ้อนและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
ในส่วนของการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ถูกวางบทบาทให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำและบริหารโครงสร้างข้อมูลสถิติของประเทศให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อรองรับการนำไปใช้เชิงนโยบาย โดยเฉพาะด้านสวัสดิการและมาตรการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการสนับสนุนหน่วยงานอื่นให้สามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จะรับหน้าที่กำหนดกรอบนโยบายและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จำเป็น อาทิ โครงการเน็ตสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม “Learn to Earn” ที่เชื่อมการเรียนรู้ทักษะดิจิทัลกับโอกาสสร้างรายได้จริง
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวถูกมองว่าเป็นอีกกลไกสำคัญที่สอดรับกับแนวคิด ONE ID ในการสะสมข้อมูลทักษะและศักยภาพของประชาชนรายบุคคล ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อยอดทั้งด้านอาชีพ รายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว
การผลักดัน ONE ID จึงไม่เพียงเป็นโครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการวาง “โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของประเทศ” ที่จะกำหนดรูปแบบการให้บริการภาครัฐในอนาคต โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบสวัสดิการที่แม่นยำ เป็นธรรม และเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริงในทุกช่วงชีวิต


