วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

ดีอี หนุน BDI ผนึกเอกชน เดินหน้าสร้าง Sovereign AI วางโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ชูสถิติข้อมูลภาษาไทยต่ำเพียง 0.4% เทียบอังกฤษกว่า 40% เร่งพัฒนา ThaiLLM ลดพึ่งพาต่างชาติ ยกระดับขีดแข่งขันระยะยาว

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกับอีวาย ประเทศไทย จัดงาน “AI Sovereignty & the Digital Nation: Thailand’s Strategic Imperative” เดินหน้าผลักดันแนวคิด “Sovereign AI” วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ

โดยสาระสำคัญของเวทีครั้งนี้อยู่ที่ “ตัวเลขและโครงสร้าง” ของ ปัญญาประดิษฐ์ AI ไทยในเวทีโลก ซึ่งสะท้อนช่องว่างเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสัดส่วนข้อมูลที่ใช้พัฒนา AI ซึ่งยังไม่สมดุล และอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอีกล่าวว่า การพัฒนา Sovereign AI เป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องสร้างความสามารถในการ “พัฒนา-กำกับ-ใช้” เทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง บน 3 แกนหลัก ได้แก่ ข้อมูลคุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และบุคลากรที่มีศักยภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงได้เดินหน้าหลายโครงการเพื่อวางรากฐาน AI ของประเทศ โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ “ThaiLLM” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลักของประเทศ ทั้ง BDI, NECTEC, AIEAT, VISTEC, AIAT รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ (DEF) เพื่อพัฒนา Large Language Model ภาษาไทยโดยคนไทย

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธานกรรมการ BDI กล่าวว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจากพลังงานหรือระบบสาธารณูปโภค โดยประเทศที่สามารถพัฒนาและควบคุม AI ได้ จะมีความได้เปรียบทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง

เขาย้ำว่า ไทยไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติได้เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องเร่งสร้างศักยภาพของตนเอง ตั้งแต่การเข้าถึงทรัพยากรหลัก เช่น ข้อมูลคุณภาพสูง ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC) ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI ที่เข้าใจบริบทไทย และการประยุกต์ใช้ในภาคเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง

ด้าน ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการ BDI เปิดเผย ตัวเลขสำคัญ ที่สะท้อนจุดอ่อนของ AI ไทยว่า ปัจจุบันข้อมูลที่ใช้ฝึก AI บนโลกอินเทอร์เน็ต มากกว่า 40% เป็นภาษาอังกฤษ ขณะที่ “ข้อมูลภาษาไทยมีเพียง 0.4%” เท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่องว่างขนาดใหญ่ของระบบนิเวศ AI ไทย เนื่องจากโมเดลส่วนใหญ่จึง ไม่เข้าใจบริบทไทยอย่างแท้จริง ส่งผลต่อความแม่นยำในการใช้งาน และจำกัดศักยภาพในการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ประเทศ

ThaiLLM จึงไม่ใช่แค่โมเดลภาษา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้านภาษา เพื่อให้ไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทของตนเองได้

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

ล่าสุด โครงการได้ต่อยอดสู่ “ThaiLLM Playground” แพลตฟอร์มกลางสำหรับทดลองใช้งานโมเดลภาษาไทย เปิดโอกาสให้นักพัฒนา นักวิจัย และภาคธุรกิจ สามารถเข้าทดสอบ เปรียบเทียบ และพัฒนา AI ได้โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเองในระยะเริ่มต้น

ภายในแพลตฟอร์มดังกล่าว รวบรวมโมเดลสำคัญของไทย อาทิ PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT) สะท้อนการเติบโตของ ecosystem AI ไทยที่เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น

ขณะที่มุมมองจากภาคเอกชน Mr. Gaurav Modi จาก EY ระบุว่า ไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อสร้าง AI ที่ดีที่สุดในโลก แต่ควรเป็นเจ้าของและควบคุม AI ของตนเอง ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. การจำแนกข้อมูลก่อนพัฒนา (Classify before you build)
  2. การสร้างชั้นประมวลผล AI ภายใต้การควบคุมประเทศ (Sovereign inference layer)
  3. การกำหนดขอบเขตข้อมูล (Data boundary) อย่างชัดเจน

BDI–อีวาย เร่ง 'อธิปไตย AI' ไทย อุดช่องว่าง ThaiLLM มีเพียง 0.4% ของโลก

นางสาวรัตนา จาละ ผู้บริหารอีวาย ประเทศไทย เสริมว่า AI Sovereignty กำลังเป็น โจทย์เชิงยุทธศาสตร์ ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนเทคโนโลยี ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ และการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

ทั้งนี้ อีวายพร้อมสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนในการวางกลยุทธ์ AI ที่สมดุลระหว่าง การสร้างคุณค่า และ การบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การลงทุนด้าน AI สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ จากภาพรวมของเวทีครั้งนี้ สะท้อนชัดว่า “ตัวเลขข้อมูล” และ “โครงสร้างพื้นฐาน” คือหัวใจของอธิปไตย AI โดยประเทศไทยยังมีช่องว่างสำคัญที่ต้องเร่งอุด โดยเฉพาะสัดส่วนข้อมูลภาษาไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4%

โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการ “ใช้ AI” แต่คือการ “สร้าง AI ของไทย” ที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว