ท่ามกลางสมรภูมิเทคโนโลยีที่ AI กำลังกลายเป็นตัวแปรชี้ขาดของการแข่งขัน “เลอโนโว” เร่งเครื่องครั้งสำคัญ จากผู้นำตลาดพีซี สู่ผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Hybrid AI” ครบวงจร รับปี 2569 ยุคที่องค์กรทั่วโลกต้องการ AI ที่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้จริง
วรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า เลอโนโวกำลังก้าวข้ามบทบาทผู้นำตลาดพีซีระดับโลก สู่การเป็นผู้ขับเคลื่อน “Hybrid AI” ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ส่วนบุคคล โครงสร้างพื้นฐานองค์กร ไปจนถึงโซลูชันอัจฉริยะที่เรียนรู้ เข้าใจบริบท และปรับแต่งได้เฉพาะบุคคล
สอดรับไปกับทิศทางใหม่ของโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “ทดลองใช้ AI” ไปสู่ยุค “AI ต้องสร้างผลลัพธ์จริง”
เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เลอโนโวได้เปิดตัวนวัตกรรมสำคัญสองแกนหลัก ได้แก่ “Personal AI Super Agent” และ “AI Infrastructure” สำหรับองค์กรแห่งอนาคต
โดยจะทำหน้าที่เสมือนฝาแฝดทางดิจิทัล (digital twins) เพื่อประสานการทำงานข้ามอีโคซิสเทม พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน การเชื่อมต่อ และความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั้งเพื่อการใช้งานส่วนบุคคล และการใช้งานในระดับองค์กร
ปี 2569 คือปีแห่ง ROI จาก AI
ปี 2568 คือช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และทดลองใช้ AI แต่ปี 2569 จะเป็นปีที่ผู้บริหารเทคโนโลยีทั่วโลกต้องการเห็นผลตอบแทนจาก AI อย่างเป็นรูปธรรม
ซีไอโอให้ความสำคัญกับการลงทุนและนำ AI มาใช้งานเพื่อสร้างผลลัพธ์จริงกับธุรกิจ ไม่ใช่การลองผิดลองถูกอีกต่อไป
ข้อมูลระบุว่า 96% ขององค์กรในอาเซียนมีแผนที่จะเพิ่มงบประมาณการลงทุนด้าน AI ในปี 2569 โดยหลัก ๆ มุ่งเน้นที่ Gen AI และ Agentic AI การนำไปผสมผสานกับดีไวซ์ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบหลังบ้าน
ขณะที่เรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ขยับขึ้นมาเป็นลำดับความสำคัญอันดับ 1 จากเดิมอันดับ 8 โดย 88% ของซีไอโอต้องการเห็นผลตอบรับทันที คาดหวังมากกว่า 2.85 เท่า ต่อการลงทุนทุกๆ 1 ดอลลาร์
วันนี้ AI ได้กลายเป็นกลไกหลักของการสร้างรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ และความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน ในมิติของอุตสาหกรรม เทรนด์การใช้งาน AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งภาค IT และ Non-IT
โดยภาค IT ใช้ AI เด่นชัดในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ และการพัฒนาซอฟต์แวร์ ขณะที่ภาค Non-IT ก็เร่งใช้ AI อย่างเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและภาคการเงิน
อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญคือการเติบโตของ Agentic AI องค์กรกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ บริหารจัดการ และการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
ปั้น AI Super Agent เชื่อมดีไวซ์-องค์กร
ผู้บริหารเลอโนโวเผยว่า ปัจจุบันพอร์ตสินค้าของเลอโนโวกว่า 50% เป็น AI PC แล้ว กลยุทธ์ธุรกิจเดินหน้าสู่การพัฒนาอุปกรณ์รูปแบบใหม่ ๆ (Agent native devices) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI Agent ขณะเดียวกันสร้างระบบนิเวศของ "AI Super Agent" ที่เชื่อมต่อถึงกัน
เลอโนโวไม่ได้มอง AI เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ AI ครบวงจร เพื่อรองรับโลกธุรกิจยุคใหม่ที่การแข่งขันจะไม่ได้วัดกันแค่ฮาร์ดแวร์
แม้เผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างประเทศ รวมถึงปัญหาซัพพลายเชนที่กระทบต้นทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริหารเลอโนโวยังคงประเมินภาพรวมตลาดไอทีในเชิงบวก
โดยมองว่าเทคโนโลยีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของทุกองค์กร และเป็นอุตสาหกรรมที่ “ขาดไม่ได้” ในยุคที่ธุรกิจต้องเร่งสร้างความยืดหยุ่นและเสถียรภาพมากกว่าที่เคย
เลอโนโวมองว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจผันผวนจะส่งผลต่อกำลังซื้อบางส่วน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าองค์กรลดการลงทุนด้านไอทีลงอย่างมีนัยสำคัญ ตรงกันข้าม ในช่วงที่ธุรกิจต้องเผชิญความไม่แน่นอน องค์กรกลับยิ่งให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงานมากขึ้น เพราะหากองค์กรไม่เร่งปรับตัว ก็อาจเผชิญแรงกดดันในการแข่งขันที่หนักกว่าเดิม ในไทยเลอโนโวมีส่วนแบ่งการตลาด 35%
เศรษฐกิจผันผวน–ซัพพลายตึงตัว
วรพจน์เผยว่า ด้วยสถานะการเป็นแบรนด์พีซีอันดับหนึ่งของโลก เลอโนโวเชื่อว่าบริษัทยังคงได้เปรียบทั้งในด้านอำนาจการจัดซื้อ ความสามารถในการบริหารซัพพลายเชน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดได้รวดเร็วกว่าหลายราย
ยอมรับว่า ราคาสินค้าไอทีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ ทั้ง RAM, SSD และ CPU
ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา บริษัทมีการปรับราคาสินค้าขึ้นแทบทุกเดือน กลุ่มไคลเอนต์บางประเภทปรับขึ้นแล้วราว 30% จากช่วงปลายปี ขณะที่กลุ่มเซิร์ฟเวอร์ได้รับผลกระทบหนักที่สุดขยับสูงขึ้นถึง 300%
แต่แม้เลอโนโวจะเผชิญความท้าทายในบางช่วง เช่น การส่งมอบสินค้าบางกลุ่มล่าช้า หรือซัพพลายไม่เพียงพอในบางผลิตภัณฑ์ แต่โดยรวมบริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ และยอดขายยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อีกทางหนึ่งผู้บริโภคกลับเร่งตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นจากแรงกดดันด้านราคา
อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าสถานการณ์ซัพพลายตึงตัวอาจดำเนินต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้
โดยภาพรวมนอกจากการบริหารต้นทุนและซัพพลายเชน เลอโนโวยังให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงระยะยาวผ่านกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้วัสดุใหม่ เช่น เม็ดพลาสติก การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตลอดจนการนำแนวคิดคาร์บอนเครดิตมาช่วยลูกค้าองค์กรลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์ ESG แต่ยังช่วยลดความผันผวนจากต้นทุนพลังงานและทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ทำให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพด้านต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว
แม้อุตสาหกรรมไอทีต้องเผชิญทั้งแรงกดดันจากซัพพลายเชน ราคาสินค้าที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เลอโนโวเชื่อว่าเทคโนโลยีจะยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะเครื่องมือหลักของการอยู่รอดและเติบโต


