วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2569

Login
Login

รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล

รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล

โครงการ “AI for Teachers” กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทย หลังภาครัฐจับมือภาคเอกชนและหน่วยงานด้านการศึกษา เดินหน้าพัฒนาทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับครูทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ สะท้อนการเร่งเครื่องยกระดับ “คน” ให้ทันเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือครั้งนี้นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และภาคีสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการเสริมศักยภาพครูไทยให้สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้งานอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ

ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 มีครูเข้าร่วมอบรมและผ่านเกณฑ์ถึง 160,507 คน ในจำนวนนี้ 135,560 คนได้รับประกาศนียบัตรรับรองความรู้ ขณะที่ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวครู แต่ยังขยายผลไปสู่ผู้เรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษาแล้วกว่า 3,326,065 คน สะท้อน “เอฟเฟกต์ทวีคูณ” ของการลงทุนด้านทักษะบุคลากรทางการศึกษา

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าครูไทยจำนวนมากเริ่มปรับตัวเข้าสู่โลกการเรียนรู้ยุคใหม่ ที่ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ผู้ช่วย” ในห้องเรียน ตั้งแต่การออกแบบเนื้อหา การสร้างสื่อ ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนรายบุคคล

รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล

นายพิทักษ์ โสตถยาคม รักษาการที่ปรึกษาด้านการศึกษาพิเศษและผู้ด้อยโอกาส สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับ AI ในฐานะเครื่องมือหลักที่จะพลิกโฉมระบบการเรียนรู้ของประเทศ โดยโครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาครูให้มีทักษะดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม AI จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปข้างหน้า

ด้านผลสำรวจจากไมโครซอฟท์ ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่เข้าร่วมโครงการ 1,414 รายทั่วประเทศ ตอกย้ำถึงผลลัพธ์เชิงบวกของการนำ AI มาใช้ในห้องเรียนอย่างชัดเจนเกือบทั้งหมด หรือ 99.7% ระบุว่า AI ช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนที่มีข้อจำกัดด้านภาษา หรือมีความแตกต่างด้านศักยภาพ ขณะที่ 98% ของครูมีความมั่นใจในการใช้ AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่น่าสนใจคือ AI ยังช่วยลดภาระงานของครูได้เฉลี่ย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็น 153,000 ชั่วโมงต่อปี เทียบเท่ากับกำลังแรงงานครูเต็มเวลาถึง 95 คน สะท้อนบทบาทของ AI ในการ “คืนเวลา” ให้ครูสามารถโฟกัสกับการสอนและดูแลนักเรียนได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน 88.6% ของโรงเรียนเริ่มมีนโยบายด้าน AI หรืออยู่ระหว่างการจัดทำ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในระบบการศึกษา ไม่ใช่เพียงการทดลองใช้เทคโนโลยีในระดับห้องเรียนเท่านั้น

ในมุมของผู้เรียน 94.8% ของครูสังเกตเห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่ 76.3% พบการเปลี่ยนแปลงด้านการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

นางคาโรไลน์ แม็กกราธ ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ประจำภูมิภาคเอเชียของไมโครซอฟท์ มองว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในภาคการศึกษา

AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมในห้องเรียน เราทำงานร่วมกับพันธมิตรในทุกระดับ เพื่อให้ครูและผู้บริหารสามารถเข้าถึงทรัพยากรและเครื่องมือที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ AI อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ

เธอระบุเพิ่มเติมว่า การพัฒนา AI ในภาคการศึกษาจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละประเทศ ทั้งด้านวัฒนธรรม หลักสูตร และนโยบาย เพื่อให้การนำไปใช้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริงและยั่งยืน

รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล

ขณะที่นางชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจภาครัฐ ภาคการศึกษา และสาธารณสุข ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ย้ำว่า การพัฒนาทักษะ AI คือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ

ดังนั้น AI for Teachers จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานสู่การเป็น AI First Nation โดยทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยของครู ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน

เธอระบุว่า ไมโครซอฟท์จะยังคงเดินหน้าสนับสนุนภาคการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านทักษะดิจิทัลที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับห้องเรียนไปจนถึงตลาดแรงงาน

ภาพรวมของโครงการสะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับการศึกษาไทยในยุคดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ แต่ต้องเริ่มจาก “คน” โดยเฉพาะครู ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับคนรุ่นใหม่

รู้จัก “AI for Teachers” ปั้นครูไทย 1.6 แสนคน เสริมสกิลเร่งเครื่องการศึกษาดิจิทัล

การมีครูมากกว่า 160,000 คนที่เข้าใจและสามารถใช้ AI ได้อย่างถูกต้อง จึงไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน แต่ยังเป็นการสร้างฐานกำลังคนที่มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ ทั้งในเรื่องของความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความต่อเนื่องของนโยบาย และการพัฒนาทักษะเชิงลึกในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาทักษะพื้นฐานของผู้เรียน

ในระยะถัดไป การต่อยอดโครงการลักษณะนี้อาจต้องขยายไปสู่การพัฒนา “หลักสูตร AI” อย่างเป็นระบบ การสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาครูแกนนำที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เพื่อนครูในวงกว้าง