TrustDecision บุกหนักแพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยงอัจฉริยะเจาะลูกค้าแบงก์ไทยและฟินเทค สบช่องประเทศไทยไฟเขียว Virtual Bank เล็งปูพรม Agentic AI ตอบโจทย์แข่งขันธนาคารยุคใหม่เร่งปรับตัวสู่ดิจิทัล ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะบุคคล
นายเฮนรี่ ลี กรรมการผู้จัดการประจำสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย บริษัท TrustDecision หนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านระบบตัดสินใจความเสี่ยงอัจฉริยะ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับนวัตกรรมและโซลูชั่นใหม่ ๆ ในการใช้แพลตฟอร์มบริหารความเสี่ยงอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการด้านความเสี่ยงเครดิตและการตรวจจับการฉ้อโกง ในยุคที่ภาคการเงินการธนาคารปรับเปลี่ยนเข้าสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันเผชิญกับรูปแบบการฉ้อโกงใหม่ ๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
บริษัทเข้ามาจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปลายปี 2568 เริ่มมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าภาคแบงก์และสถาบันการเงิน
จากปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีต่อหัว (GDP per Capita) และระดับของปัญหาฉ้อโกง (Fraud) ค่อนข้างสูง แม้การเติบโตของบริการบนดิจิทัลจะเป็นไปแบบก้าวกระโดดแต่ธนาคารชั้นนำหลายแห่งยังคงใช้ระบบป้องกันการฉ้อโกง และระบบการบริหารความเสี่ยงเครดิตแบบเดิมมากว่า 10 ปี จึงเป็นจังหวะของการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาใช้
ด้านแผนการตลาด ปีนี้เน้นแนวทางแบบเชิงรุกโดยจะมีการขยาย Local Delivery Team สำหรับเจาะลูกค้าในภาคธนาคารโดยเฉพาะ ควบคู่กับการเพิ่มจำนวนพันธมิตรท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ในตลาดการเงินการธนาคาร
พร้อมชูจุดแข็งด้านซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Anti-Fraud เพื่อสร้างอีโคซิสเตมสำหรับการส่งมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของธนาคารในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งวางเป้าหมายพัฒนาบุคลากรรองรับกลยุทธ์ระยะยาว ที่จะให้ทีมบุคลากรท้องถิ่นทำงานร่วมกับพันธมิตรในไทยได้อย่างเต็มตัว
เรามองว่าการออกใบอนุญาตธนาคารเสมือน (Virtual Banking) ของประเทศไทยเป็นโอกาสสำคัญ ขณะเดียวกัน ธนาคารดั้งเดิมก็อยู่ภายใต้แรงกดดันให้ต้องเร่งปรับตัวสู่ดิจิทัล บริษัทจึงเตรียมรุกขยายแพลตฟอร์มการตัดสินใจบริหารความเสี่ยง ด้วย AI agents เฉพาะทาง รองรับการตัดสินใจแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจจับ การสืบสวน ไปจนถึงการปรับกลยุทธ์เร่งพัฒนาระบบปฏิบัติการแบบดิจิทัลเป็นหลัก (digital-first) ที่ทั้งมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านเกณฑ์กำกับดูแล
นายเฮนรี่ กล่าวว่า อีกเทรนด์สำคัญในตลาดกลุ่มธนาคารก็คือ Agentic AI ที่เริ่มเมื่อปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะมีการใช้แพร่หลายในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทก็เตรียมนำเสนอลูกค้าผ่านแนวทางหลากหลาย
เช่น ให้ AI จัดการงานที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลามาก ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบเครดิต ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในงานสำคัญ
สำหรับโอกาสทางธุรกิจ นอกจากตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง AI ยังสามารถใช้ในการประเมินเครดิต ช่วยให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยอาศัยข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ หรือการเล่นเกม เพื่อช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มที่ไม่มีประวัติทางการเงินแบบดั้งเดิม ส่งมอบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับลูกค้าเฉพาะบุคคล และสร้างรายได้ใหม่ให้กับธนาคาร
ขณะที่ ดร. ไซมอน หลิว หัวหน้าฝ่ายด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ TrustDecision กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนด้าน AI ของกลุ่มลูกค้าธนาคาร ตลาดเอเชียมีศักยภาพสูง ธนาคารพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ขณะที่กลุ่มธนาคารดิจิทัล, ธนาคารเสมือน ต่างก็ลงทุนใช้ AI ตั้งแต่เริ่มต้น จึงมีโอกาสอีกมากสำหรับ TrustDecision
เขามองว่าเอเชียจะนำ AI ไปใช้ได้เร็วกว่าสหรัฐฯ หรือยุโรป เนื่องจากตลาดเกิดใหม่มีข้อจำกัดจากระบบเดิม (legacy) และระบบราชการน้อยกว่า จึงปรับตัวได้ไวกว่า ซึ่งกลยุทธ์ด้าน Agentic AI ของบริษัทโดยเฉพาะในตลาดกลุ่มลูกค้าธนาคาร ก็คือ นำเสนอให้ธนาคารมองเห็นศักยภาพที่จะขับเคลื่อนเพิ่มความมีประสิทธิภาพ ทันสมัยยิ่งขึ้น ปรับตัวเกาะติดเทรนด์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจสู่ AI-Driven Ecosystem
ปัจจุบันมิจฉาชีพเริ่มใช้ AI ในการฉ้อโกงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น และต้นทุนต่ำลง ดังนั้นธนาคารจึงต้องใช้ AI เพื่อสู้กับ AI
อย่างไรก็ตาม TrustDecision จะเลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวัง โดยเน้นการทำงานแบบ Human-in-the-loop คือการให้ AI ช่วยจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังคงให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง





