วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

กสทช.ตีตกงบ Cell Broadcast ผ่าน IPTV สั่งทบทวนใหม่ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม

กสทช.ตีตกงบ Cell Broadcast ผ่าน IPTV สั่งทบทวนใหม่ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม

บอร์ด กสทช. ไม่เห็นชอบโครงการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านกล่อง IPTV ชี้ต้องออกแบบระบบให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ทั้งเคเบิล ดาวเทียม และกล่องทีวีดิจิทัล หวั่นเลือกปฏิบัติ พร้อมสั่งสำนักงานกลับไปศึกษาแนวทางใหม่ให้ทั่วถึงประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้พิจารณาคำขอรับงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน (Cell Broadcast) ผ่านช่องทางอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่านกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (IPTV)

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้รับการประสานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีความต้องการให้ระบบแจ้งเตือนภัยสามารถส่งสัญญาณเตือนไปยังโทรทัศน์ผ่านกล่องอินเทอร์เน็ตได้ นอกเหนือจากการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับแนวทางที่สำนักงาน กสทช. เสนอในเบื้องต้น คือ การให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. จำนวน 3 ราย ได้แก่ AIS, True และ NT เข้าร่วมดำเนินโครงการ โดยกำหนดงบประมาณสนับสนุนรายละ 60 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี

ในเชิงเทคนิค เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ระบบจะสามารถส่งสัญญาณไปยังกล่อง IPTV เพื่อบังคับให้หน้าจอโทรทัศน์แสดงข้อความแจ้งเตือนภัยในระดับต่างๆ พร้อมภาพประกอบในลักษณะเดียวกับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ

งบประมาณที่เสนอรวม 180 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาระบบหลังบ้าน โดยให้นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนจากภาระกองทุน USO ของผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีมติ “ไม่เห็นชอบ” ต่อข้อเสนอดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า หากจะดำเนินโครงการแจ้งเตือนภัยผ่านโทรทัศน์ ควรออกแบบระบบให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ไม่ใช่เฉพาะกล่อง IPTV เท่านั้น แต่ต้องรวมถึงระบบเคเบิลทีวี กล่องทีวีดาวเทียม และกล่องทีวีดิจิทัลอื่นๆ เช่น Samart, GMM Z และ AJ เพื่อให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนอย่างทั่วถึง

บอร์ดกสทช. ยังมองว่า การเสนอใช้งบประมาณสนับสนุนเฉพาะผู้ให้บริการ IPTV เพียงบางราย อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติ และไม่สอดคล้องกับหลักการให้บริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม จึงมีมติให้สำนักงาน กสทช. กลับไปทบทวนแนวทางการดำเนินโครงการใหม่ โดยต้องคำนึงถึงความครอบคลุมของทุกระบบตามที่ ปภ. เสนอ

พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวในที่ประชุมว่า เห็นด้วยในหลักการของโครงการระบบเตือนภัยฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ต้องการให้สำนักงาน กสทช. จัดทำข้อมูลให้รอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะการสำรวจจำนวนผู้ให้บริการกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ที่มีอยู่ในตลาด รวมถึงช่องทางอื่น เช่น ระบบดาวเทียม

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการในอนาคตมีความครอบคลุมและไม่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ พร้อมระบุว่า หากจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่า 180 ล้านบาท ก็พร้อมพิจารณา หากโครงการสามารถสร้างประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง