วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

'ไทยคม 4' จ่อพ้นวงโคจรก.ค. นี้ กสทช.อนุมัติดึงดาวเทียมเกาหลีแทน

'ไทยคม 4' จ่อพ้นวงโคจรก.ค. นี้ กสทช.อนุมัติดึงดาวเทียมเกาหลีแทน

การเดินทางของดาวเทียมบรอดแบนด์ยุคบุกเบิกของไทยกำลังเข้าสู่ปลายทาง เมื่อ “ไทยคม 4” (ไอพีสตาร์) จ่อสิ้นสุดภารกิจปลายเดือน ก.ค.2569 ขณะเดียวกันแผนส่ง “ไทยคม 9” เพื่อทดแทนกลับเผชิญความล่าช้า ทำให้ไทยคมต้องเร่งแผนสำรอง ใช้ดาวเทียมต่างชาติประคองลูกค้าไม่ให้บริการสะดุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาวาระการขอใช้สัญญาณดาวเทียมต่างชาติสัญชาติเกาหลี (Korea-SAT) เพื่อให้บริการภายในประเทศ ภายหลังเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. รายงานว่า ดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งหมดอายุทางวิศวกรรมแล้ว มีแนวโน้มจะหลุดออกจากวงโคจร จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการลูกค้า

ทั้งนี้ ไทยคม 4 ได้รับการขยายอายุการใช้งานทางวิศวกรรมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกขยายจากเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 ออกไปจนถึงปี 2567 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2567 ขยายอายุออกไปอีก 1 ปี ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้จนถึงปลายปี 2568 โดยการต่ออายุครั้งล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อรอการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนในตำแหน่งวงโคจรเดิม เพื่อไม่ให้การให้บริการแก่ลูกค้าสะดุด

แม้อายุทางวิศวกรรมจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ไทยคม 4 ยังถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ระหว่างรอการส่งดาวเทียมใหม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. รายงานเพิ่มเติมว่า ดาวเทียมดวงดังกล่าวมีแนวโน้มจะหลุดจากวงโคจรในช่วงวันที่ 31 ก.ค.2569 และคาดว่าจะไม่สามารถยืดอายุการใช้งานได้อีก จากข้อจำกัดด้านพลังงานและสิทธิการใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ การยื่นขอใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ รวมถึงการขอใช้เกตเวย์ จึงมีเป้าหมายเพื่อเป็นทางออกชั่วคราวในช่วงรอยต่อ เพื่อประคองการให้บริการและลดผลกระทบต่อลูกค้าที่ใช้งานผ่านไทยคม 4 ให้น้อยที่สุด

ด้าน ดร.สมภพ ภูวิกรัยพงศ์ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า การขอใช้ช่องสัญญาณลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นระยะอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการดาวเทียมที่ต้องรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้า จึงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทน และไม่กระทบต่อสิทธิการเข้าใช้วงโคจรของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากกสทช.ระบุว่า บริษัทได้วางแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านไว้ล่วงหน้า โดยก่อนหน้านี้ได้ประกาศเลือก Astranis บริษัทผู้ผลิตและให้บริการดาวเทียมจากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้สร้างดาวเทียมไทยคม 9 เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ด้วยเทคโนโลยี High Throughput Satellite โดยบริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด (STI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยคม เป็นผู้ลงนามสัญญาว่าจ้าง Astranis ดำเนินการสร้างดาวเทียมดังกล่าว

สำหรับไทยคม 9 ถูกออกแบบให้เป็นดาวเทียมขนาดเล็ก รุ่น MicroGEO รองรับการให้บริการระบบ Ka-band ครอบคลุมทั่วทวีปเอเชีย เพื่อเสริมความเชื่อมั่นในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และรองรับความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรของไทยคมทั่วภูมิภาค โดยเดิมมีกำหนดส่งขึ้นสู่วงโคจรภายในปี 2568

อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าของไทยคม 9 มีแนวโน้มล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม โดยแหล่งข่าวระบุว่า ปัญหาหลักมาจากกระบวนการผลิตของผู้ผลิต ซึ่งพบความบกพร่องในอุปกรณ์ของดาวเทียมในล็อตเดียวกัน ส่งผลให้ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบและแก้ไขใหม่ทั้งล็อต เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว เนื่องจากหากเร่งปล่อยขึ้นสู่วงโคจรทั้งที่ยังมีข้อกังวลด้านคุณภาพ อาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงกว่าในอนาคต

ผลจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้กำหนดการยิงไทยคม 9 ซึ่งเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ มีแนวโน้มต้องเลื่อนออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่เส้นตายใหม่ยังต้องรอการประเมินร่วมกับผู้ผลิตอีกครั้ง โดยไทยคมยืนยันว่า แม้ไทม์ไลน์จะขยับออกไป แต่บริษัทได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ความล่าช้ากระทบต่อการให้บริการลูกค้า

แหล่งข่าวยังระบุว่า การนำดาวเทียมต่างชาติเข้ามาใช้ชั่วคราว ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้า แต่เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้า โดยดาวเทียมที่จะนำมาใช้คือ Korea-SAT ของเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งวงโคจรใกล้เคียงกับไทยคม 4 ทำให้ลูกค้าเดิมสามารถย้ายไปใช้งานได้ต่อเนื่อง โดยแทบไม่ต้องปรับอุปกรณ์รับสัญญาณหรือหันจานใหม่ เนื่องจากทิศทางการรับสัญญาณใกล้เคียงกัน

ในกรณีที่ไทยคม 4 ไม่สามารถใช้งานต่อได้ ลูกค้าบนดาวเทียมดังกล่าวจะถูกย้ายไปใช้งานบนดาวเทียมเกาหลีถือเป็นการชั่วคราว จนกว่าดาวเทียมใหม่ของไทยคมจะเข้ามารับช่วงต่อ และเมื่อดาวเทียมใหม่พร้อมให้บริการ ลูกค้าจะสามารถย้ายกลับมาใช้งานบนระบบของไทยคมได้ตามแผนเดิม โดยบริษัทได้คัดเลือกดาวเทียมสำรองไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยพิจารณาทั้งตำแหน่งวงโคจรและคุณลักษณะทางเทคนิค เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับลูกค้า

ยืนยันว่า แผนรองรับดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ช่วงประมูลสิทธิวงโคจร โดยบริษัทได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าแล้วว่า หากดาวเทียมใหม่ยังไม่พร้อมในช่วงที่ไทยคม 4 ต้องยุติภารกิจ ก็จำเป็นต้องมีดาวเทียมชั่วคราวเข้ามารับภาระแทน เพื่อไม่ให้บริการสะดุด และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” แหล่งข่าวระบุ

สำหรับสถานะล่าสุดของไทยคม 4 แม้หมดอายุทางวิศวกรรมแล้ว แต่ยังคงอยู่ในภาวะการใช้งานตามปกติ และอาจใช้งานต่อได้อีกระยะหนึ่ง โดยมีการติดตามและประเมินสภาพอย่างต่อเนื่องร่วมกับวิศวกรของผู้ผลิต ทั้งในด้านประสิทธิภาพระบบและสถานะพลังงาน ทั้งนี้ ไทยคมประเมินว่า ไทยคม 4 ถือเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ยุคบุกเบิกของโลกที่มีความแข็งแรงและเสถียรภาพสูงเมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ไทยคม 9 ยังไม่ใช่ดาวเทียมประเภท Software Defined Satellite (SDS) โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในไทยคม 10 ซึ่งถูกวางให้เป็นดาวเทียมขนาดใหญ่และเป็นกำลังหลักของธุรกิจในระยะถัดไป สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ไทยคมต้องบริหารทั้งอายุการใช้งานของดาวเทียมเดิม ความล่าช้าของดาวเทียมใหม่ และการรักษาความต่อเนื่องของบริการไปพร้อมกัน

ภายหลังบอร์ด กสทช. อนุมัติการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการทางธุรการ การจัดตั้งสถานีภาคพื้นดิน และการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยคมประเมินว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 3-6 เดือนก่อนจะสามารถเปิดให้บริการได้ โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และการทดสอบคลื่นความถี่ไว้แล้ว เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ทันทีเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ