วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2569

Login
Login

ฟินเทคโลกถกอนาคตการเงิน เมื่อ AI อาจเป็นผู้จองทริป ซื้อสินค้า จ่ายเงินแทนมนุษย์

ฟินเทคโลกถกอนาคตการเงิน เมื่อ AI อาจเป็นผู้จองทริป ซื้อสินค้า จ่ายเงินแทนมนุษย์

งาน Money20/20 Asia ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 เมษายน 2569 ที่กรุงเทพมหานคร มีผู้นำในอุตสาหกรรมฟินเทค บริษัทเทคโนโลยีการเงิน ธนาคาร และผู้ให้บริการด้านการชำระเงินจากทั่วโลกเข้าร่วม พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งเรื่องการชำระเงินข้ามพรมแดน เทคโนโลยีสเตเบิลคอยน์ ปัญญาประดิษฐ์ และสินทรัพย์ดิจิทัล

งานวันแรกเปิดฉากด้วยการเปิดตัวหนังสือที่สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมการเงินในยุคนี้อย่างชัดเจน นั่นคือ “The New Intersection of Money: Where TradFi and DeFi Converge” เขียนโดย สการ์เล็ตต์ ซีเบอร์ (Scarlett Sieber) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และการเติบโตของ Money20/20

สการ์เล็ตต์ ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการเงินกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เส้นแบ่งที่เคยแบ่งโลกการเงินออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างระบบการเงินดั้งเดิม (TradFi) ที่มีธนาคารและสถาบันการเงินเป็นแกนกลาง กับการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนและสัญญาอัจฉริยะ กำลังเลือนหายไป

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแทนที่ไม่ใช่การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ หากแต่เป็นการบรรจบกันของทั้งสองโลกจนก่อตัวเป็นระบบนิเวศทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

สิ่งที่สการ์เล็ตต์นำเสนอผ่านหนังสือเล่มนี้ สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในทุกเซสชั่นของงาน ไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัทอย่าง dLocal นำสเตเบิลคอยน์มาวางเป็นหนึ่งในวิธีชำระเงินหลักสำหรับธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ หรือการที่ MetaComp สร้างกรอบกำกับดูแล AI Agent ในระบบการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานว่าการบรรจบกันของ TradFi และ DeFi ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไปแล้ว

รายงาน The New Era of Asia's Cross Border Payments จัดทำโดย Money20/20 ร่วมกับ FXC Intelligence คาดการณ์ว่า ตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดนในเอเชียจะมีมูลค่าสูงถึง 24 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2576 แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อระหว่างระบบ และเทคโนโลยีใหม่อย่างสเตเบิลคอยน์และเอไอ

ตัวเลขดังกล่าวยิ่งทำให้การถกเถียงในเซสชั่น “Winning the Borderless Consumer Through Smarter Payments” มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะแม้ตลาดจะใหญ่มหาศาล แต่ประสบการณ์ชำระเงินข้ามพรมแดนในความเป็นจริงยังห่างไกลจากคำว่าไร้รอยต่อ 

ทำไมชำระเงินข้ามพรมแดนยังมีปัญหา ทั้งที่พูดกันมา 10 ปีแล้ว

เซสชั่นนี้รวบรวมผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ เหวินฮุย หยาง (Wenhui Yang) ซีอีโอของ TenPay Global สาขาสิงคโปร์ ในเครือ Tencent, ซีซิเลีย จู (Caecilia Chu) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ YouTrip, ชิเวน มาดาน (Shiven Madan) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านพันธมิตรการชำระเงินของ PayPal และเจคอบ หู (Jacob Hu) ผู้ร่วมก่อตั้ง TRIPLINK แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลก

ผู้ดำเนินรายการเปิดประเด็นด้วยคำถามตรงๆ ว่า เหตุใดการชำระเงินข้ามพรมแดนจึงยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งที่อุตสาหกรรมพยายามแก้ปัญหานี้มาตลอดทศวรรษ?

ซีซิเลีย จู ตอบในมุมผู้บริโภคว่า ปัจจุบันหน้าชำระเงินออนไลน์มีตัวเลือกมากมายจนแทบไม่มีปัญหาเรื่องทำธุรกรรมสำเร็จหรือไม่แล้ว สิ่งที่ผู้ใช้กังวลจริงๆ กลับเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือว่าเว็บไซต์นั้นไว้ใจได้หรือไม่ สินค้าหรือบริการตรงตามที่โฆษณาหรือเปล่า เธอมองว่าเทคโนโลยีการชำระเงินไร้รอยต่อนั้นมีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ยังต้องพัฒนาต่อคือความไว้วางใจในระบบภาพรวม

ฟินเทคโลกถกอนาคตการเงิน เมื่อ AI อาจเป็นผู้จองทริป ซื้อสินค้า จ่ายเงินแทนมนุษย์

ชิเวน มาดาน วิเคราะห์ว่า ปัญหาเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน โครงสร้างพื้นฐานในตลาดภายในประเทศพัฒนาไปได้ดีเพราะผู้ออกบัตร ผู้รับบัตร และผู้ให้บริการต่างๆ ถูกบังคับโดยกฎระเบียบให้ทำงานร่วมกัน แต่พอขยายออกไประดับข้ามพรมแดน ชั้นของความเสี่ยงและการปฏิบัติตามกฎ (Compliance) ชั้นของอัตราแลกเปลี่ยน และชั้นของการตรวจสอบป้องกันการฟอกเงิน (AML) กลับขาดแรงจูงใจร่วมกันในการแก้ปัญหาทั้งห่วงโซ่คุณค่า ทำให้ประสบการณ์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในตลาดบ้านตัวเองยังคงเกิดขึ้นได้ยากข้ามพรมแดน

เจคอบ หู มองปัญหาในมุมพ่อค้าสามประเด็น ได้แก่ หนึ่ง ความเสี่ยงด้านการตรวจจับการฉ้อโกง เพราะธนาคารของผู้ซื้อมักไม่เข้าใจว่าทำไมลูกค้าจึงจ่ายเงินจำนวนมากให้บริษัทต่างประเทศ จึงปฏิเสธธุรกรรมโดยอัตโนมัติ 

สอง ปัญหาด้านเทคโนโลยีเพราะวิธีการชำระเงินท้องถิ่น เช่น PayNow ในสิงคโปร์มีอัตราความสำเร็จต่ำกว่าบัตรเครดิตมาก และสาม การที่ผู้ออกบัตรกับผู้รับบัตรไม่สื่อสารกัน ทำให้ธุรกรรมถูกบล็อกโดยไม่มีใครอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใด

ขณะที่ เหวินฮุย หยาง เสริมมุมมองว่า การที่ปัญหาการชำระเงินข้ามพรมแดนดูเหมือน “แย่ลง” กว่าเดิมนั้น แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะสะท้อนว่าผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงขึ้นและมีตัวเลือกวิธีชำระเงินมากขึ้น ซึ่งเดิมทีไม่เคยมี 

ปัญหาที่แท้จริงคือ อุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน เขาชี้ว่าปัญหาหลักคือ การขาดฉันทามติร่วมในอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การขาดมาตรฐานในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับการฉ้อโกง เทคโนโลยี หรือโครงสร้างพื้นฐาน

มาตรฐานสากลหรือปรับให้เหมาะกับท้องถิ่น

ผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามว่า อุตสาหกรรมควรเดินหน้าสู่มาตรฐานสากลหรือปรับให้เหมาะกับท้องถิ่น และทั้งสองแนวทางนี้ขัดแย้งกันหรือไม่

ซีซิเลีย จู บอกว่า YouTrip ไม่ยึดติดกับเครือข่ายหรือพาร์ทเนอร์ใดเป็นพิเศษ แต่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการของผู้ใช้และทิศทางของระบบนิเวศ พร้อมร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ได้หลากหลายเพื่อมอบความมั่นใจและประสบการณ์ที่สม่ำเสมอให้ผู้ใช้

ชิเวน มาดาน มองว่าทั้งสองแนวทางต้องไปด้วยกัน โดยโครงสร้างพื้นฐานมาตรฐานสากลของเครือข่ายบัตรสร้างสมมาหลายทศวรรษแล้ว ส่วนโครงสร้างการชำระเงินแบบ Account-to-Account ในตลาดท้องถิ่นก็พัฒนาขึ้นมาเทียบเคียงได้ และกำลังมีการเชื่อมต่อทวิภาคีระหว่างระบบนิเวศและรัฐบาลเกิดขึ้นเรื่อยๆ 

ขั้นต่อไปคือ การสร้างชั้นมาตรฐานทับบนสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้บริโภคและพ่อค้าได้รับประสบการณ์เดียวกับที่คุ้นเคยในตลาดบ้านตัวเอง

เจคอบ หู ขยายความในฐานะพ่อค้าว่า ในแง่ของหน้าร้าน สิ่งที่ต้องทำคือนำเสนอวิธีชำระเงินที่ลูกค้านิยมในแต่ละตลาด เช่น PromptPay ในไทย และ AlipayHK ในฮ่องกง แต่ในแง่หลังบ้าน มาตรฐานสากลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

เหวินฮุย หยาง เล่าแนวทางของ Tencent ว่าเลือกทำ Local Optimization ก่อนแล้วค่อยขยายสู่มาตรฐานสากล โดยในจีนสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมผู้ใช้นับพันล้านคนและร้านค้านับล้านแห่งก่อน จากนั้นจึงเชื่อมต่อกับระบบนิเวศภายนอก 

ทั้งการเปิด WeChat Pay รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต การขยายการรองรับ WeChat Pay ในต่างประเทศกว่า 70 ตลาด การประกาศความร่วมมือกับ PayPal ในงาน Money20/20 Las Vegas เมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดประกาศเชื่อมต่อกับ Visa เพื่อเพิ่มช่องทางการรับชำระเงินเพิ่มเติม

กรณีศึกษาของ YouTrip และ TRIPLINK

ซีซิเลีย จู เล่าถึงข้อมูลจากฐานผู้ใช้ของ YouTrip ว่าลูกค้าชาวเอเชียให้ความสำคัญกับ มูลค่าที่ได้รับจากการทำธุรกรรมเป็นพิเศษ โดยพิจารณาจากอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนรวมทั้งหมด YouTrip จึงมุ่งแก้ปัญหานี้อย่างต่อเนื่องเพราะผู้ใช้เดินทางไปยังจุดหมายที่หลากหลายมาก

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ร้านค้าขนาดเล็กบางแห่งยังนิยมรับเงินสด YouTrip จึงให้บริการถอนเงินสดผ่านตู้ ATM เพื่อรองรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย

ขณะเดียวกัน เจคอบ หู อธิบายว่า TRIPLINK เป็นแพลตฟอร์ม OTA (Online Travel Agency) ที่ให้บริการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน โดยโมเดลธุรกิจของ TRIPLINK แก้ปัญหา Dynamic Currency Conversion ซึ่งเป็นปัญหาที่นักท่องเที่ยวมักเจอเวลาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์โรงแรมและถูกถามว่าจะจ่ายในสกุลเงินท้องถิ่นหรือดอลลาร์ ซึ่งหากเลือกผิดอาจเสียค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราสูงกว่าปกติ 

แพลตฟอร์มของ TRIPLINK ให้ลูกค้าจ่ายในสกุลเงินที่ตัวเองต้องการโดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการแปลงสกุลเงิน ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เจคอบ หู ยอมรับว่า TRIPLINK เองก็ยังเผชิญปัญหาที่ลูกค้าในสิงคโปร์ชำระเงินผ่านช่องทางสิงคโปร์ แต่ใบแจ้งยอดกลับแสดงว่าธุรกรรมเกิดขึ้นที่ไต้หวัน ซึ่งทำให้ลูกค้าสับสนและสงสัย และเป็นปัญหาที่บริษัทกำลังร่วมมือกับพาร์ทเนอร์แก้ไขอยู่

เอไอและการชำระเงินแบบ Agentic

ในช่วงท้ายของเซสชั่น ผู้ดำเนินรายการชี้ว่านี่เป็นการสนทนายาวที่สุดในงานที่ยังไม่ได้พูดถึงเอไอเลย ก่อนเปิดประเด็นว่าเมื่อ AI Agent เข้ามาทำธุรกรรมแทนมนุษย์ ระบบการชำระเงินจะซับซ้อนขึ้นหรือเรียบง่ายขึ้น

เหวินฮุย หยาง มองว่าไม่ควรตื่นตระหนก เพราะเอไอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในแบ็กเอนด์ ลดค่าธรรมเนียม และทำให้ระบบโดยรวมทำงานได้ดีขึ้น 

แก่นแท้ของการชำระเงิน Agentic ยังคงเป็นเรื่อง ความไว้ใจ และความยอมรับของคนในสังคม บทบาทของผู้เล่นในอุตสาหกรรมคือทำให้การชำระเงินผ่านเอไอเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ซีซิเลีย จู เตือนว่าเครื่องมือเอไอที่ทรงพลังนั้นก็กำลังถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้เช่นกัน กลโกงและการโจมตีทางไซเบอร์กำลังซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้หยุด YouTrip จากการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี บริษัทกำลังเพิ่มชั้นเอไอเข้าไปในผลิตภัณฑ์และใช้เอไอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีม

ชิเวน มาดาน มองว่า เอไอไม่ใช่เรื่องของอนาคตแต่มาถึงแล้ว ช่วงที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือช่วงสองถึงสามเดือนแรกที่ต้องแก้ปัญหาและพัฒนาให้ระบบสามารถขยายขนาดได้ จากนั้นระบบนิเวศต้องมารวมกันเพื่อสร้างความไว้ใจให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการชำระเงินนั้นถูกต้องและไม่มีภัยคุกคาม รวมถึงให้พ่อค้าได้รับเงินจริงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง

เจคอบ หู เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว TRIPLINK เองยังไม่แน่ใจว่าในอนาคตอันใกล้ลูกค้าจะจองทริปเองหรือสั่งให้เอไอวางแผนและจองให้ทั้งหมด ซึ่งหากเป็นแบบหลัง บริษัทต้องพร้อมให้การชำระเงินที่ไร้รอยต่อไม่ใช่สำหรับคนแต่สำหรับ AI Agent แทน 

“ยังไม่มีใครมีคำตอบ แต่ทุกคนต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” เจคอบ สรุปตรงๆ

ปิดท้ายเซสชั่น ผู้ดำเนินรายการสรุปว่า วันนี้อุตสาหกรรมชำระเงินโลกไม่ได้กำลังถกเถียงว่า Agentic Payment จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่กำลังแข่งกันตอบให้ได้ว่าจะพร้อมรับมือกับมันได้ทันหรือเปล่า

งาน Money20/20 จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2555 และเติบโตขึ้นเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมฟินเทคระดับโลก โดยรวบรวมผู้บริหารจากธนาคาร บริษัทเทคโนโลยีการเงิน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อหารือเกี่ยวกับทิศทางของระบบการเงินในอนาคต ปัจจุบันงานจัดขึ้นในหลายภูมิภาค ได้แก่ ลาสเวกัส อัมสเตอร์ดัม ริยาด และกรุงเทพมหานคร