วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

“ดีอี” สั่งผนึกข้อมูลรัฐ–ดาวเทียม ดัน “One Map” ยกระดับรับมือภัยพิบัติทั้งระบบ

“ดีอี” สั่งผนึกข้อมูลรัฐ–ดาวเทียม ดัน “One Map” ยกระดับรับมือภัยพิบัติทั้งระบบ

ไชยชนก รมว.ดีอี สั่งเดินหน้าบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน ผสาน Big Data–ดาวเทียม–LiDAR สร้างแผนที่กลางแบบเรียลไทม์ หวังยกระดับการจัดการไฟป่า PM2.5 และน้ำท่วม ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างแม่นยำ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมประชุมร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเร่งยกระดับการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายไชยชนก เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ระหว่างกระทรวงดีอี กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ได้ข้อสรุปในการบูรณาการข้อมูลเพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ทั้งไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 รวมถึงอุทกภัย โดยกำหนดแนวทางนำระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ของแต่ละหน่วยงานมารวมเป็นแผนที่กลาง

ระบบดังกล่าวจะเป็นการนำข้อมูลสำคัญ เช่น จุดความร้อน (Hotspot) ความรุนแรงและแนวไฟป่า การควบคุมห้วงอากาศ รวมถึงข้อมูลเชิงพื้นที่อื่นๆ มาจัดทำในรูปแบบ Overlay บนแผนที่ดิจิทัล เพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

สำหรับ One Map จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานการณ์ ทั้งในด้านการจัดสรรทรัพยากร การติดตามสถานการณ์แบบ Dashboard เรียลไทม์ และการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่หลากหลาย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะใช้ข้อมูลจากดาวเทียมพยากรณ์อากาศในการตรวจจับจุดความร้อน ควบคู่กับเทคโนโลยี LiDAR จากกองทัพอากาศ และกรมแผนที่ทหาร เพื่อสร้างแบบจำลองภูมิประเทศทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติที่มีความละเอียดสูง

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบตรวจจับพลังงานความร้อน (FIR) และเชื่อมโยงข้อมูลจากดาวเทียมของหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มความถี่ในการอัปเดตข้อมูลด้านภัยพิบัติ จากเดิมวันละ 1 ครั้ง เป็นทุกๆ 2 ชั่วโมง

ในส่วนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะสนับสนุนการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลภาคสนาม ขณะที่ BDI จะทำหน้าที่บูรณาการและประมวลผลข้อมูลด้วยเทคโนโลยี Big Data จัดทำฐานข้อมูลกลาง ครอบคลุมข้อมูลจากกว่า 30 หน่วยงาน อาทิ จุดความร้อน สภาพอากาศ การใช้ที่ดิน เขตการปกครอง และข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย

กระทรวงดีอี จะเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการและพัฒนา One Map รวมถึงสนับสนุนเทคโนโลยีสำหรับการจัดการสาธารณภัยในทุกมิติ พร้อมจัดทำแผนที่ความเสี่ยงภัยพิบัติ (Risk Map) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาภัยพิบัติของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมหลายหน่วยงานสำคัญ ทั้งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ GISTDA และสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เพื่อบูรณาการข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติในภาพรวมของประเทศ