วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

“ไชยชนก” รีสตาร์ตปมค่า GP เขย่าแพลตฟอร์ม สั่ง ETDA แกะค่าฟีทุกชั้น ปิดช่องว่างกำกับดูแล

“ไชยชนก” รีสตาร์ตปมค่า GP เขย่าแพลตฟอร์ม สั่ง ETDA แกะค่าฟีทุกชั้น ปิดช่องว่างกำกับดูแล

“ค่า GP” หรือค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้า กลับมาเป็นวาระร้อนอีกครั้ง หลัง “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้ารื้อโครงสร้างต้นทุนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง พร้อมสั่งการให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ไล่ตรวจสอบค่าธรรมเนียมทุกชั้น หวังปิดช่องว่างการกำกับดูแลที่ยืดเยื้อมานาน

นโยบายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการ “รีสตาร์ต” อีกครั้ง หลังเคยถูกหยิบยกขึ้นตั้งแต่ช่วงเข้ารับตำแหน่งในปี 2568 โดยมุ่งแก้ปัญหาค่า GP ภาษี และต้นทุนแฝงบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นภาระสะสมของผู้ประกอบการไทย ทว่าในทางปฏิบัติกลับพบว่า ความร่วมมือจากแพลตฟอร์มยังมีจำกัด

โดยที่ผ่านมา แม้ภาครัฐจะขอความร่วมมือให้ลดค่า GP แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับลดโดยตรง หากใช้วิธีออกโปรโมชันหรือคูปองมาทดแทน ส่งผลให้ต้นทุนแท้จริงของผู้ขายยังไม่ลดลง และโครงสร้างค่าธรรมเนียมยังคงซับซ้อน

การกลับมาครั้งนี้ รัฐมนตรีดีอีมองว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ และแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน อาจเป็นจังหวะสำคัญที่รัฐจะยกระดับการดูแลผลประโยชน์ประชาชนได้ชัดเจนขึ้น จึงเตรียมเรียกแพลตฟอร์มเข้าหารืออีกครั้ง เพื่อทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเป็นระบบ

ด้าน ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA ระบุว่า แม้ยังไม่มีคำสั่งเชิงนโยบายให้แก้กฎหมายควบคุมค่า GP โดยตรง แต่หน่วยงานได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับฟังความคิดเห็นจากทั้งฝั่งร้านค้า และแพลตฟอร์ม

ข้อมูลจากผู้ประกอบการสะท้อนตรงกันว่า ค่าธรรมเนียมมีการปรับเพิ่มหลายรูปแบบ ทั้งค่าแคมเปญ ค่าระบบ และค่าชำระเงิน (Payment fee) จนยากจะแยกแยะว่าอะไรคือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริง ขณะที่แพลตฟอร์มชี้แจงว่า ต้นทุนของตนเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยี และการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น

ด้วยความเห็นที่แตกต่าง ETDA จึงต้องประสานหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมพิจารณา ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กรมการค้าภายใน สภาผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อหาข้อสรุปว่า ใครควรเป็น เจ้าภาพในการกำกับดูแล

“ไชยชนก” รีสตาร์ตปมค่า GP เขย่าแพลตฟอร์ม สั่ง ETDA แกะค่าฟีทุกชั้น ปิดช่องว่างกำกับดูแล

อย่างไรก็ตาม ผลการหารือพบว่า กฎหมายปัจจุบันยังมี “ช่องว่าง” โดยกรมการค้าภายในดูแลเฉพาะราคาสินค้าปลายทาง ส่วน กขค. จะเข้ามาได้เมื่อมีประเด็นการแข่งขันไม่เป็นธรรม ทำให้ค่า GP ซึ่งเป็นต้นทุนระหว่างทาง ยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับโดยตรง

ขณะที่ ETDA เองก็ไม่มีอำนาจกำหนดเพดานค่าธรรมเนียม ทำให้ต้องใช้แนวทาง soft power ผ่านการหารือ และสร้างแนวปฏิบัติร่วม แทนการออกข้อบังคับในทันที

กลไกสำคัญที่ถูกตั้งขึ้นคือ “คณะอนุกรรมการด้านค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม” ภายใต้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มประชุมไปแล้ว และมีภารกิจหลักในการถอดรหัสโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน

หัวใจของการทำงาน คือ การใช้คู่มือที่ ETDA พัฒนาขึ้น แยกค่าธรรมเนียมออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  1. Mandatory cost หรือค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่าย หากไม่จ่ายจะไม่สามารถขายสินค้าได้ และ
  2. Optional cost หรือค่าใช้จ่ายทางเลือก เช่น การเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขาย

แนวทางนี้จะช่วยให้สามารถ มองทะลุต้นทุนที่แท้จริง และนำไปสู่การประเมินความเป็นธรรมของค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ “Payment fee” ซึ่ง ETDA ได้ประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาร่วมประเมิน เพื่อวิเคราะห์ว่าค่าธรรมเนียมในระบบชำระเงินสะท้อนต้นทุนจริงหรือไม่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่แพลตฟอร์มใช้ประกอบการเรียกเก็บค่า GP

การดึง ธปท. เข้ามามีบทบาท ยังช่วยให้การวิเคราะห์ต้นทุนมีความชัดเจนมากขึ้น ลดการอธิบายแบบกว้างๆ ที่ตรวจสอบไม่ได้ และสร้างมาตรฐานกลางในการพิจารณา

สำหรับแผนการทำงาน คณะอนุกรรมการจะประชุมต่อเนื่องเดือนละครั้ง โดยการประชุมครั้งถัดไปจะเชิญหน่วยงานที่มีประสบการณ์ด้านกำกับราคา เช่น กสทช. และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง มาแลกเปลี่ยนแนวคิด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ คือ การเชิญแพลตฟอร์มเข้าหารือบนฐานข้อมูลเดียวกัน

เป้าหมายคือ ให้ทุกฝ่ายเห็นภาพต้นทุนที่แท้จริง และประเมินร่วมกันว่า โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ใช้อยู่ “เป็นธรรม” หรือไม่

เขากล่าวว่า ETDA คาดว่า ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ภาพรวมจะเริ่มชัดเจนมากขึ้น และอาจนำไปสู่แนวทางกำกับดูแลรูปแบบใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการแข็ง แต่สามารถสร้างสมดุลระหว่างแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์