"อินเดีย" ขึ้นแท่น “เบอร์หนึ่งโลก” ด้านการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ หลังผลสำรวจปี 2025 ของ บอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป ชี้ว่า แรงงานอินเดียถึง 92% ใช้ AI ในการทำงานอย่างสม่ำเสมอสูงที่สุดในโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัล ที่กำลังขับเคลื่อนโดยประเทศกำลังพัฒนา หรือที่เรียกว่า “Global South”
รายงานดังกล่าว จัดทำร่วมกับ Adobe พบว่า แนวโน้มใหม่ของโลกกำลังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ประเทศกำลังพัฒนาเริ่ม “แซงหน้า” ประเทศพัฒนาแล้ว ในการนำ AI มาใช้ในชีวิตการทำงานจริง
ประเทศกำลังพัฒนาแซงประเทศพัฒนาแล้ว
อินเดีย ไม่ได้มาเพียงลำพัง หลายประเทศในกลุ่ม Global South กำลังเร่งเครื่องด้าน AI อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ บราซิล รั้งอันดับ 3 ของโลก ด้วยอัตราการใช้งาน AI ที่ 76% ส่วน แอฟริกาใต้ ตามมาติดๆ ที่ 72% แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก “ความจำเป็น” ในการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ลดต้นทุน และยกระดับการทำงานให้ทันโลกดิจิทัล
ขณะที่ ฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว หรือ Global North กลับมีอัตราการใช้งาน AI ต่ำกว่าในภาพรวม โดย สเปน เป็นข้อยกเว้น ขึ้นอันดับ 2 ของโลกที่ 78% ส่วน สหราชอาณาจักร และ อิตาลี อยู่ที่ 68% ส่วน เยอรมนี 67%, ฝรั่งเศส และ สหรัฐฯ เท่ากันที่ 64% ญี่ปุ่น อยู่ท้ายสุดที่เพียง 51% สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมผู้สูงอายุ ที่อาจทำให้การปรับตัวด้านเทคโนโลยีช้าลง
ทำไมอินเดีย “ขึ้นนำ”
บทวิเคราะห์ชี้ว่า ความสำเร็จของอินเดียไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ ฐานแรงงานด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ระบบนิเวศสตาร์ตอัปที่เติบโตเร็ว และการเร่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลในทุกอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้ทำให้ AI ไม่ใช่แค่ “เทรนด์” แต่กลายเป็น “เครื่องมือทำงานจริง” ในชีวิตประจำวันของคนทำงาน
แม้อัตราการใช้งาน AI จะเพิ่มขึ้นทั่วโลก แต่ “ตัวชี้วัดที่แท้จริง” อยู่ที่การนำไปใช้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ
เครื่องมือ AI ในงานเอกสารและเวิร์กโฟลว์ เช่น การแก้ไขรายงาน การอ่านและประมวลผลไฟล์สแกน การจัดการเอกสาร PDF กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างสิ้นเชิง โดยแพลตฟอร์มอย่าง Adobe Acrobat มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความเร็ว และเปิดทางให้คนทำงานโฟกัสกับงานที่สร้างมูลค่าสูงขึ้น
ใครใช้ AI “ได้จริง”คนนั้นได้เปรียบ
ภาพใหญ่ที่กำลังชัดขึ้น คือ การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ “ใครมี AI” แต่เป็น ใครใช้ AI ได้ลึกและฝังอยู่ในกระบวนการทำงานจริง ประเทศที่สามารถผสาน AI เข้ากับเวิร์คโฟล์ว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้เปรียบด้านผลิตภาพ การตัดสินใจ และนวัตกรรมในระยะยาว และในเกมใหม่นี้ ดังนั้น ประเทศกำลังพัฒนา อาจไม่ใช่ “ผู้ตาม” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ผู้นำ” ของเศรษฐกิจยุค AI อย่างแท้จริง
ปลดล็อกศก.อินเดีย จีดีพีพุ่ง6แสนล้านดอลล์ ปี 2035
อินเดียกำลังก้าวสู่ “จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่” ของเศรษฐกิจ เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมล้ำสมัย แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องยนต์ผลิตภาพ” ที่จะยกทั้งระบบเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในทศวรรษหน้า
รายงานจาก PwC ระบุว่า เทคโนโลยี AI มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอินเดียสูงถึง 550,000–607,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2035 หรือคิดเป็นประมาณ 6% ของจีดีพีทั้งประเทศ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อินเดีย หนึ่งในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก กำลังจะถูก “รีเซ็ต” ด้วยพลังของ AI ไม่ใช่เพียงในมิติของเทคโนโลยี แต่คือการยกระดับ “ผลิตภาพ (Productivity)” ในทุกภาคส่วน
ภาคผลิต-เกษตร ตัวเร่งหลักศก.
หัวใจสำคัญของการเติบโตครั้งนี้ อยู่ที่ 2 ภาคเศรษฐกิจหลัก ซึ่งจะสร้างมูลค่ารวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมด ได้แก่ ภาคการผลิต คาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่ม 235,000-259,100 ล้านดอลลาร์ ผ่านการใช้ AI ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (predictive maintenance) ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน
ภาคเกษตรกรรม (Agriculture) สร้างมูลค่าเพิ่ม 139,300-153,900 ล้านดอลลาร์ จากการใช้ AI ในการติดตามผลผลิตแบบเรียลไทม์ การจัดการน้ำอัจฉริยะ และการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำยิ่งขึ้น การผสาน AI เข้ากับสองภาคส่วนนี้ ไม่เพียงช่วย “ลดต้นทุน” แต่ยังเพิ่ม “ผลผลิตต่อหน่วย” อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของประเทศที่มีแรงงานจำนวนมหาศาลอย่างอินเดีย
'เอไอ' แทรกซึมทุกภาคเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากภาคหลักแล้ว อุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็ได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค 76,600-84,600 ล้านดอลลาร์ การศึกษา 70,200-77,600 ล้านดอลลาร์ สาธารณสุข 29,100-32,100 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในภาคการศึกษา AI กำลังเข้ามาลดภาระงานด้านเอกสารและการบริหาร เปิดทางให้ครูและบุคลากรสามารถโฟกัสกับ “คุณภาพการเรียนรู้” และการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้มากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจ คือ การเปลี่ยนผ่านสู่ AI ไม่ได้เริ่มจากหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีซับซ้อน แต่เริ่มจาก “งานประจำวัน” ที่ถูกปรับให้ฉลาดขึ้น
เครื่องมือ AI ด้านเอกสาร เช่น การแก้ไขไฟล์ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการจัดการ PDF ผ่านระบบออนไลน์ กำลังช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และทำให้ “ข้อมูล” ถูกเปลี่ยนเป็น “การตัดสินใจ” ได้แทบจะทันที
อินเดียกำลังเดิมพันกับ ‘ผลิตภาพ’
การเติบโตของ AI ในอินเดีย ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ “ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ” ที่มุ่งยกระดับผลิตภาพทั้งระบบ ในโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่แรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่เป็น “ความเร็ว + ประสิทธิภาพ + การใช้ข้อมูล” อินเดียกำลังแสดงให้เห็นว่า ประเทศกำลังพัฒนา ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในยุค AI ได้ และคำถามสำคัญ คือ ประเทศอื่น ๆ พร้อมหรือยัง… หรือกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว?





