วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ความสามารถพูดคุย ร้องเพลง ชกมวย ในงานเทคโนโลยีฮ่องกง

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ความสามารถพูดคุย ร้องเพลง ชกมวย ในงานเทคโนโลยีฮ่องกง

งานแสดงเทคโนโลยีที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกงกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้เข้าชมเห็นพัฒนาการของหุ่นยนต์จีนอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 100 ตัวถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการด้านเทคโนโลยีสองงานที่จัดขึ้นพร้อมกันในสถานที่เดียวกัน หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ยืนโชว์รูปลักษณ์ แต่ถูกนำมาสาธิตความสามารถหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสนทนากับมนุษย์ การเคลื่อนไหวทางกายภาพ ไปจนถึงการทำกิจกรรมที่ปกติแล้วมักเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำ

หนึ่งในหุ่นยนต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมากคือ หุ่นยนต์ X2 Ultra จากบริษัท AGIBOT Innovation (Shanghai) Technology Co. ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ชั้นนำของจีน ตัวหุ่นมีขนาดพอๆ กับนักเรียนประถม สามารถร้องเพลงและพูดคุยได้ทั้งภาษาจีนกลางและอังกฤษ รวมถึงตอบคำถามจากผู้ชมได้แบบเรียลไทม์

ระหว่างการสาธิต หุ่นยนต์สามารถร้องเพลงและสนทนากับผู้เข้าชมได้ทั้งภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ รวมถึงตอบคำถามของผู้ชมได้ทันทีแบบเรียลไทม์ เมื่อมีผู้ชมถามว่าหุ่นยนต์ชอบทำกิจกรรมอะไร หุ่นยนต์ตอบว่า ชอบเล่นกีฬา เต้นรำ ศึกษาเทคโนโลยี และฟังเพลง

นอกจากการตอบคำถามทั่วไป หุ่นยนต์ยังสามารถอธิบายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของมันได้ด้วย เช่น การบอกลักษณะของผู้คนที่ยืนอยู่รอบตัว โดยกล่าวว่า “ผู้หญิงถือโทรศัพท์ ผู้หญิงถือกระเป๋าและโทรศัพท์ ผู้ชายถือกล้อง”

คาลวิน ชิว (Calvin Chiu) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Novautek Autonomous Driving ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของ AGIBOT กล่าวว่า หุ่นยนต์ลักษณะนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่องผ่านบทสนทนา จึงอาจช่วยสร้างความพึงพอใจทางอารมณ์ให้กับผู้ใช้งานได้ในบางบริบท

เขายังกล่าวว่า หุ่นยนต์สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นผู้ช่วยสอนสำหรับทั้งเด็กและผู้สูงอายุได้ เนื่องจากสามารถโต้ตอบและตอบคำถามได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังสามารถตั้งโปรแกรมให้หุ่นยนต์มีบุคลิกที่แตกต่างกันได้ เช่น ให้มีนิสัยเป็นมิตร ร่าเริง หรือสุภาพตามวัตถุประสงค์การใช้งาน “มันจะเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของมนุษย์” ชิวกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของหุ่นยนต์จีนไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐที่มีนัยสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ 

รัฐบาลจีนได้กำหนดทิศทางดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะห้าปีฉบับล่าสุด ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2569-2573 โดยระบุเป้าหมายให้ประเทศก้าวไปสู่แนวหน้าของโลกในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รวมถึงการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงในภาคส่วนต่างๆ จึงถูกบรรจุไว้เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของแผนดังกล่าว

ข้อมูลทางการของจีนระบุว่า ภายในปี 2568 ประเทศมีบริษัทที่พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 140 ราย และมีหุ่นยนต์มากกว่า 330 รุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้น

บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีจากลอนดอน Omdia ได้จัดอันดับบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ของจีน 3 ราย ได้แก่ AGIBOT, Unitree Robotics และ UBTech Robotics Corp. ให้อยู่ในกลุ่ม “ผู้จำหน่ายระดับหนึ่ง” หรือ first-tier vendors 

รายงานดังกล่าวระบุว่า ทั้งสามบริษัทสามารถจัดส่งหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับการใช้งานทั่วไปมากกว่า 1,000 หน่วยในปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ AGIBOT และ Unitree Robotics มียอดจัดส่งมากกว่า 5,000 หน่วย

กระแสความสนใจต่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนยังปรากฏให้เห็นในเวทีสื่อขนาดใหญ่ด้วย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ปรากฏตัวในรายการพิเศษฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ออกอากาศโดย China Central Television ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก ในรายการดังกล่าวมีฉากการแสดงศิลปะการต่อสู้ร่วมกันระหว่างเด็กและหุ่นยนต์ ซึ่งกลายเป็นช่วงที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

ภายในงานนิทรรศการที่ฮ่องกง ผู้ผลิตหุ่นยนต์จากจีนหลายบริษัทนำเทคโนโลยีของตนมาสาธิตให้ผู้เข้าชมเห็นอย่างใกล้ชิด ความสามารถที่ถูกนำมาแสดงมีตั้งแต่การพูดคุยกับมนุษย์ การชกมวย การวาดภาพทราย ไปจนถึงการเคลื่อนไหวที่ต้องอาศัยความสมดุลของร่างกาย เช่น การตีลังกากลับหลัง หรือแบ็กฟลิป

บางบริษัทยังสาธิตการใช้หุ่นยนต์ในงานด้านความปลอดภัย เช่น การจำลองสถานการณ์ลาดตระเวน โดยหุ่นยนต์สามารถใช้ตาข่ายจับผู้ต้องสงสัยในระหว่างการสาธิต

โรเบิร์ต ชาน (Robert Chan) เจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ระดับโลกของ EngineAI บริษัทในเมืองเซินเจิ้น นำหุ่นยนต์รุ่น PM01 มาโชว์ความคล่องตัว รวมถึงการทำหน้าหน้าแบ็กฟลิป และเผยว่า บริษัทมีแผนเปิดโรงงานสองแห่งในจีนเพื่อผลิตจำนวนมากในปีนี้

ชานกล่าวถึงความได้เปรียบของจีนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์มาจากหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนด้านวิศวกรรมที่ต่ำกว่า และรูปแบบการแบ่งปันความรู้ระหว่างบริษัทภายในประเทศ ซึ่งทำให้เทคโนโลยีสามารถพัฒนาและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่า ในขณะที่บริษัทในสหรัฐและยุโรปมักมีแนวโน้มปกป้องเทคโนโลยีของตนอย่างเข้มงวดมากกว่า

ภายในงานยังมีการจัดแสดงหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์อย่างมาก โดยบริษัท Shenzhen DX Intech Technology Co. ได้นำหุ่นยนต์ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์เป็นผู้หญิงมาจัดแสดง หุ่นยนต์เหล่านี้มีใบหน้าที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่ให้สัมผัสนุ่ม ทำให้เมื่อมองจากระยะไกล ผู้เข้าชมบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นมนุษย์จริง

หวัง จูฮัว (Wang Zuhua) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของบริษัท กล่าวว่า บริษัทขายหุ่นยนต์ประเภทนี้ไปแล้วกว่า 400 ตัว และบางส่วนถูกนำไปใช้งานจริงในพิพิธภัณฑ์และสถานที่ราชการในแผ่นดินใหญ่แล้ว โดยทำหน้าที่พาแขกไปยังห้องน้ำ สำนักงาน หรือนำทัวร์ภายในสถานที่

ขณะเดียวกัน รัสเซล ลูปัง (Russel Lupang) ผู้เข้าชมงานจากมาเลเซีย กล่าวว่า “มันสวย แต่ยังไม่รู้สึกเหมือนของจริง”

อ้างอิง: AP News และ ABC News