“หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” กำลังเปลี่ยนบทบาทจากของเล่นไฮเทค สู่ “เครื่องมือบำบัด” ที่ถูกนำไปใช้จริงในโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วโลก
งานวิจัยจำนวนมากชี้ตรงกันว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยลดความเหงา คลายความวิตกกังวล และส่งเสริมสุขภาพจิตได้โดยไม่ต้องพึ่งยา
บริษัท สวนใหญ่ เฮ้าส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงบำบัด Joy for All Companion Pets รายแรกในเอเชีย เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้งานกำลังขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งต้องการ “เพื่อนคู่ใจ” ที่ดูแลได้ง่าย
จุดเด่นของหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงคือ การเลียนแบบพฤติกรรมแมวหรือสุนัขจริง ตอบสนองต่อการสัมผัส เสียง และการเคลื่อนไหว ช่วยสร้างความรู้สึกผูกพัน โดยไม่ต้องแบกรับภาระการเลี้ยงดูเหมือนสัตว์จริง ทั้งการให้อาหาร การพาไปหาสัตว์แพทย์ หรือการเดินเล่น
แนวโน้มสดใส เริ่มยอมรับทั่วโลก
รายงานของ Spherical Insights ระบุว่า ตลาดหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,240 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 เติบโตเฉลี่ยปีละ 10.9%
ปัจจัยหลักมาจากสังคมสูงวัย และความต้องการโซลูชันดูแลสุขภาพใจที่ไม่เพิ่มภาระให้ครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์
ในส่วนผู้สูงวัยนั้น งานวิจัยจำนวนมากยืนยันถึงประสิทธิภาพของหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงในการช่วยผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะซึมเศร้า ทั้งยังพบว่าหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยปรับปรุงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางจิตวิทยาได้ดี เช่น ลดความก้าวร้าว ความวิตกกังวล และอาการหงุดหงิดในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะกลางถึงปลาย
ปีที่ผ่านมาการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มที่โรงพยาบาล Sarasota Memorial รัฐฟลอริดา ในสหรัฐระยะเวลา 1 ปี กับผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมระดับเบา-ปานกลาง พบว่า กลุ่มที่ได้รับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงทั้งรูปแมวหรือสุนัข ที่ตอบสนองต่อการสัมผัสด้วยเสียงและการเคลื่อนไหว นั้นมีผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับอย่างชัดเจน
ได้แก่ ความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจคงที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงล้ม ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลสั้นลง และมีโอกาสกลับบ้านได้สูงกว่า โดยหุ่นยนต์ช่วยลดความสับสนและสร้างความสุขระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล
ความสัมพันธ์ดีขึ้น ผู้ดูแลได้พักผ่อน
อีกด้านหนึ่ง งานวิจัยยังพบว่า หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยกระตุ้นการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและผู้ดูแล ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นพร้อมลดการใช้ยาระงับประสาท และเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลมีเวลาพักมากขึ้น
ข้อดีหลักที่ถูกเน้นซ้ำบ่อยครั้งในหลายงานวิจัย คือการดูแลที่น้อยมากของหุ่น ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องอาบน้ำ ไม่ต้องพาไปหาสัตว์แพทย์ ไม่มีปัญหาแพ้ขนสัตว์ จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือในบ้านพักคนชรา ซึ่งการเลี้ยงสัตว์จริงอาจเป็นภาระในทางปฏิบัติ
ในกลุ่มเด็ก แม้งานวิจัยยังมีไม่มาก แต่แนวโน้มเริ่มชัดโดยเฉพาะการบำบัดทางพฤติกรรมและการแพทย์
การศึกษาปี 2568 กับเด็กออทิสติกสเปกตรัม (ASD) อายุ 5-10 ปีในสวีเดนพบว่า หุ่นยนต์แมวช่วยลดความวิตกกังวล และความไวทางประสาทในเด็ก
ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนปลอบโยน” ระหว่างการรักษา เช่น ทันตกรรม ทำให้เด็กยอมรับการรักษาได้ดีขึ้น เช่นช่วยให้เด็กฝึกนั่งเก้าอี้ทันตกรรมและรับการรักษา ปล่อยให้แพทย์ทำความสะอาดฟันโดยไม่ต่อต้าน เด็กบางคนใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือผ่อนคลายหรือรางวัล
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์การใช้งานหุ่นยนต์นั้นขึ้นกับบุคคล เด็กบางรายอาจถูกหุ่นยนต์เบี่ยงเบนความสนใจจากขั้นตอนการรักษา แต่การสำรวจพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ในกลุ่มตัวอย่างต้องการให้ใช้ต่อเนื่อง เพราะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกและฝึกทักษะที่บ้านได้ด้วย โดยหุ่นยนต์ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางสังคมโดยไม่ต้องรับผิดชอบการเลี้ยงดู
ตลาดไทยกระแสตอบรับดี
ก้องเกียรติ สกุลจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนใหญ่ เฮ้าส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Joy for All ในประเทศไทย เผยว่าแม้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อการดูแลอารมณ์จะยังถือเป็นแนวคิดใหม่ในประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในกลุ่มเนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เริ่มนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น
สิ่งที่เห็นชัดคือ เมื่อผู้ใช้งานได้ลองสัมผัสจริง จะเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นตัวช่วยดูแลอารมณ์ที่สามารถสร้างความผ่อนคลายและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้จริง ทำให้หลายองค์กรเริ่มเปิดรับและนำไปใช้ในเชิงระบบมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบศักยภาพในการขยายไปสู่กลุ่มเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลานาน เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมักเผชิญกับความเครียดและความเหงา โดยหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ท้าทายได้





