วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569

Login
Login

“เอ็นที” ปูพรมดัน e-Office ฝ่าวิกฤตพลังงาน หนุนรัฐทำงานดิจิทัลทั่วประเทศ

“เอ็นที” ปูพรมดัน e-Office ฝ่าวิกฤตพลังงาน หนุนรัฐทำงานดิจิทัลทั่วประเทศ

เอ็นที เดินเครื่องเร่งใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ e-Office หวังลดการเดินทาง-ประหยัดพลังงาน ขยายใช้งานครอบคลุมท้องถิ่นกว่า 5,700 แห่ง

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เร่งผลักดันหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศปรับใช้ระบบ e-Office รองรับการทำงานยุคพลังงานตึงตัว ช่วยลดการเดินทาง ประหยัดทรัพยากร และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการผ่านระบบดิจิทัล

พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็นที เปิดเผยว่า วิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการทำงานนอกสถานที่ ทั้ง Work From Home (WFH) และ Work From Anywhere (WFA) เป็นแรงผลักดันสำคัญให้หน่วยงานรัฐเร่งปรับตัวสู่การใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ

ระบบ e-Office ของเอ็นที ซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์มคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC (Government Data Center and Cloud Service) รองรับการทำงานครบวงจร ตั้งแต่ระบบสารบรรณ การตรวจสอบเอกสาร การลงนามดิจิทัล การประชุม การจัดเก็บไฟล์ และคลังข้อมูล ช่วยให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และลดขั้นตอนการทำงานแบบเดิม

จุดเด่นสำคัญของระบบคือการเชื่อมโยงการรับ-ส่งหนังสือราชการระหว่างหน่วยงานทั่วประเทศ ทำให้สามารถสั่งการและประสานงานข้ามพื้นที่ได้แบบเรียลไทม์ ลดความจำเป็นในการเดินทางเพื่อนำส่งเอกสาร ซึ่งช่วยลดทั้งเวลาและการใช้พลังงานในภาพรวม

เขา กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศต้องเร่งประหยัดพลังงาน หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ e-Office ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รองรับการทำงานจากที่ใดก็ได้ โดยไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน อีกทั้งยังช่วยลดการใช้กระดาษและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน

ทั้งนี้ เอ็นที ให้บริการระบบ e-Office แก่หน่วยงานภาครัฐโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่ปี 2567 ตามนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐผ่านคลาวด์ GDCC และผลักดันสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันมีหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมใช้งานแล้ว 160 แห่ง ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาคใช้งานกว่า 5,700 แห่ง และยังขยายไปสู่ระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การบริหารราชการมีความคล่องตัวมากขึ้น

สำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ จังหวัดพิจิตร นครราชสีมา ปทุมธานี พัทลุง ชุมพร และสิงห์บุรี โดย NT อยู่ระหว่างเร่งขยายระบบสู่หน่วยงานท้องถิ่นเพิ่มเติม ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล และสำนักงานจังหวัด

อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อน e-Office ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านภาครัฐจากระบบเอกสารแบบเดิมสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยลดต้นทุนและการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว